Home > Business > What’s Wrong With Multi-Level Marketing ?

What’s Wrong With Multi-Level Marketing ?

ธุรกิจ MLM (Multi-Level Marketing) จะเรียก พ่อแม่พี่น้องที่เข้ามาร่วมงานด้วยกันว่า "นักธุรกิจอิสระ" แต่มันเป็นยังไง ลองสังเกตุและพิจารณาดูน่ะคับ

จากมนุษย์ ด้านต่างๆ E, S, B, I นั้น (ที่รายไหนรายนั้น มักจะอ้างอิงมาจากหนังสือสุดฮิตติดลมบนอย่าง rich dad, poor dad)

ในระดับเริ่มต้น เค้าก้อจะเป็นแค่ E เท่านั้น แต่ …………. ไม่ใช่ E ธรรมดาครับ

แต่เป็นถึง Super E ครับ นั่นก้อคือ ลูกจ้างชั้นดีหนึ่งพิเศษ ซึ่งมีความอึดเกินกว่าคนปกติ

ทำงานคนเดียวได้หลากหลายตำแหน่งพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็น

เซลส์ขายของ คนขับรถส่งของ ประชาสัมพันธ์และแก้ต่าง พูดผิดให้เป็นถูก และรวมไปถึง customer support อีกด้วย

แต่แค่นี้ใช่ไหม ลองคิดดีๆ ไม่พอน่ะครับ ยังมีอีก คือ

เค้ายังต้องเป็นฝ่ายบุคคลซึ่งมีหน้าที่เชิญชวนมองหาเพื่อนร่วมงานนักธุรกิจคนใหม่ ก้อคล้ายๆแมวมองในวงการบันเทิงเริงรมณ์นี่แหละครับ

และสุดท้ายนี้ ถ้าถึงคราวจำเป็น เค้าก้อจำเป็นต้องแปลงร่างเป็นลูกค้าชั้นดีหนึ่งพิเศษซะเองด้วย

ถ้าเดือนนั้นๆ รอบบัญชีนั้นๆ ปิดงบขายไม่ได้ ยอดไม่ถึง ก้อคงต้องซื้อมาเก็บกั๊กไว้เอง

แล้วไอ้บริษัทที่มีพนักงานแบบนี้ ……. มันจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร ว่าแล้วก้อไปทำกันเถอะครับ จะได้เจริญเจริญรุ่งเรืองกันดี hahaha

ก้ออย่างว่านะครับ มันใช่เรื่องผิดเหรอ ก้อคงไม่ใช่ ผมไม่คิดว่ามันผิดอะไร

มันเป็นธรรมดาของสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะสังคมมนุษย์หรือสัตว์

ผู้ที่ฉลาดกว่า เก่งกว่า มีความคิดมากกว่า แข็งแรงกว่า ก้อย่อมได้เปรียบ และมีโอกาสเอาเปรียบผู้ที่อ่อนแอได้มากกว่า

แต่บางครั้ง ส่วนลึกๆของจิตใจ มันกลับทำให้อดคิดไม่ได้ว่า การที่สอนให้ นักธุรกิจอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใดนั้น

โทรศัพท์ นัดพบ พูดคุย คนที่รู้จักทุกๆคน ที่ถึงแม้จะไม่เคยคุยกันมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นใครก้อตาม

เพียงเพื่อจะพยายามเสนอขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการต่างๆ และชักชวนให้มาฟังบรรยายประโลมโลกนั้น

มันกลับทำให้รู้สึกเหมือนกันว่า ธุรกิจแบบนี้ นักธุรกิจแบบนี้

มองมิตรภาพของเพื่อนมนุษย์ มีค่าเพียงแค่ ………. เศษเงิน

อาาาาาาาาาาา ………. ไม่ใช่แค่เศษหรอกครับ พูดผิดๆ เป็นเพียงแค่ เงินก้อนโตๆเท่านั้นเอง hahaha

หมายเหตุ มุกเดิมๆที่ใช้กันทุกเจ้าครับ เท่าที่นึกออกตอนนี้

1. คนเรามี 4 ประเภท E, S, B, I ซึ่งนำมาจาก rich dad, poor dad เป็นหนังสือต้องอ่าน ที่นับเป็นหนังสืออ้างอิงเอาประโยชน์เข้าตัวเองได้อย่างจิงจัง ไม่ตะขิดตะขวงใจอารัยเลยเป็นอย่างมากคับ

2. นักธุรกิจเหมือนเป็นร้าน 7-11 โอ้ …. จอร์จ มันเยี่ยมมากเลย เราเปิดร้านเล็กๆ ขายไม่ต้องเยอะ มีลูกค้าประจำแค่ 50 คนก้อพอ ที่เหลือก้อขยายสาขากันไป (หาลูกข่ายนั่นเอง hahaha) แล้วลูกข่ายจะทำเงินให้เรา (แต่ลูกข่ายจะทำเงินให้ตัวเองได้มากแค่ไหนอีกเรื่อง)

3. มันเป็นธุรกิจในอุดมคติ ใช้ทุนต่ำ ความรู้ไม่เยอะ อืม อืม …… ก้อใช่แหละครับ เสียอย่าง ไอ้ทุนต่ำน่ะ ค่าสมัคร ไม่นับที่เราต้องซื้อเก็บกั๊กไว้เองตอนยอดไม่ถึง ไม่นับค่าเสียเวลาเดินทาง ขายของ ฟังบรรยาย หาเพื่อนใหม่ (เพราะเพื่อนเดิมเริ่มหลีกเลี่ยงกันไป) ส่วนความรู้ ถ้าเยอะไป ฉลาดไป คงไปทำอย่างอื่นแล้วหล่ะ

4. ข้อสังเกตนิดน่ะ พวกนี้ มันพาไปฟัง แล้วขายระบบทำงานอันสุดยอด ขายประสบการณ์ของผู้ประสบความสำเร็ว ประเภท ได้เดือนละ 50000 ตั้งแต่อายุยังน้อย ทำไม่ถึง 2 ปีได้เดือนเป็นแสน เที่ยวต่างประเทศปีละ 4 ครั้ง แต่ก้อแปลกน่ะครับ เรื่องสินค้าหรือรายละเอียดเอาไว้ทีหลัง ทำอย่างกับว่า ทำธุรกิจบนความโลภของคน อืมๆ ต้องเอากลับไปคิดดีๆอีกซักหน่อย

5. ข้อสังเกตสุดท้าย ถ้า MLM มันดีมากนักละก้อ เก็บเงินไว้เล่นหุ้นตัวมันเลยดีกว่าหล่ะมั้ง กำไรก้อได้ เงินปันผลก้อคงมี ไม่เสียเพื่อนด้วย

Categories: Business
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: