Home > Economics & Finance > Stock The Winner

Stock The Winner

Stock the winner (เก็งกำไรระยะสั้น)

ถึงไม่ใช่เซียนหุ้นแต่คุณก็สามารถรวยด้วยหุ้นได้ถ้าคุณมี … Stock the winner

-หุ้นลงทุน ซื้อถือนาน ผลตอนแทนต่ำ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
-หุ้นเงา หายาก สภาพคล่องต่ำ ซื้อถือนาน มีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
-เล่นตามเทคนิค ต้องมีความรู้ ความชำนาญ รายใหญ่สามารถสร้างรูปแบบลวงได้

ถ้าคุณมี Stock the winner… จะช่วยลดข้อเสียของแต่ละวิธีดังกล่าวข้างต้น คุณมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่า 80 % และ

1.คุณสามารถค้นหาตัวหุ้นและจังหวะการซื้อ-ขาย ด้วยตัวของคุณเองโดยไม่ต้องให้มีคนมาบอก เหมือน … call และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน
2.คุณไม่ต้องรอให้นักวิเคราะห์มาบอก เพราะ… มักจะเขียนเชียร์หุ้นที่ถืออยู่ และมักตั้งเป้าหมาย over และมักออกผลงานวิเคราะห์เมื่อหุ้นได้วิ่งไปแล้ว
3.คุณไม่จำเป็นต้องรู้แนวรับ/แนวต้าน เพราะมันมักจะต่ำและสูงกว่าความเป็นจริงเสมอ

Detail Stock the winner : ผมขอเรียกมันว่าเส้นทางลัดสู่อิสระภาพทางการเงิน

: เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ประยุกต์ผสมผสานระหว่างแนวคิดการลงทุนตามทฤษฏีการจำกัด เข้ากับความทันสมัยของโลกยุค IT(internet)
: ตามแนวทางการลงทุน จะเน้นการเล่นหุ้นตามกระแสนิยม โดยจะเล่นในช่วงตลาดขาขึ้นหยุดเล่นขาลงและทำตามแนวโน้มของตลาดคือหุ้นยิ่งขึ้นต้องยิ่งซื้อหุ้นยิ่งตกต้องยิ่งขาย และมีการรอจังหวะเหมือนเหยี่ยวทึ่บินโฉบกินเหยื่อ ซึ่งจะลงไปเฉพาะเมื่อมั่นใจเท่านั้นและจะหยุดการสูญเสียด้วยการCut loss/Stop loss เมื่อลงไปผิดจังหวะ
: แต่ในแนวทางนั้นไม่ได้บอกรายละเอียดว่าจะมีวิธีการค้นหาหรือเลือกหุ้นที่จะลงทุนอย่างไร จะเข้าซื้อ/ขายที่จังหวะไหน
: Stock the winner จะช่วยค้นหาหุ้นกระแสนิยมและบอกจังหวะในการซื้อขาย

หลักการของกลยุทธ์นี้คือ

จับสัญญาณให้ไว รอจังหวะให้มั่นใจ เล่นไปตามกระแส ไม่โลภและจำกัดความเสี่ยง

แนวทางการค้นหาหุ้นกระแสนิยมและกลยุทธ์ในการพิจารณาจังหวะในซื้อขาย

1.Top Gainer (>5%) +/- Top Active Value
2.เข้าสู่อันดับเป็นครั้งแรก ฯ
3.พิจารณาใน 1 ชั่งโมงแรก
4.Good news + Fundamental + Technical
5.ภาวะตลาดเป็นบวก
6.ซื้อตอนเช้า 11.30-12.30 น.
7.เริ่มลงทุนที่ 40,000 บาท ซื้อเพิ่มเมื่อราคาปรับเพิ่มขึ้นทุก 2-3 %
8.ขายตอนบ่าย 16.00-16.30น./ วันรุ่งขึ้นก่อน 11.00 น./ หรือถือต่อถ้าภาวะตลาด-ตัวหุ้นยังคงดีต่อเนื่อง
9.หุ้นตัวไหนที่มีแววว่าจะ ceiling ให้รับไว้พิจารณาโดยทันที
10.Stop loss/Cut loss 5 %

ขอขยายความดังนี้

ข้อ1,2 : ให้พิจารณาหุ้นที่ติดอันดับ Top Gainer ที่ราคาได้เพิ่มขึ้นมาแล้วมากกว่า 5 % และถ้ายิ่งติดอันดับ Top active value ด้วยยิ่งเยี่ยม
แนวคิด : โดยส่วนใหญ่แล้วหุ้นที่อยู่ในกระแสนิยม จะมีโอกาสขึ้นไปต่อได้มากและถ้ายิ่งพึ่งเข้าสู่อันดับเป็นครั้งแรกฯ จะมีโอกาสไปต่อได้อีกไกล
ข้อควรระวัง:
1. หุ้นที่อยู่ในกระแสนิยม ที่เข้าสู่อับดับมาแล้วหลายครั้ง ยิ่งถ้ามากกว่า 4-5 ครั้งขึ้นไป โอกาสที่ราคาจะมีความผันผวนจะมากขึ้นเรื่อยฯ ถ้าจะเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
2.หลีกเลี่ยงหุ้นที่เริ่มเข้าซื้อขายเป็นวันแรกหลังปรับโครงสร้างหนี้ แต่ถ้ามีการปรับฐานแล้ว ก็น่าสนใจ

ข้อ3 : การติดตามดูการเปลี่ยนแปลงใน 1 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตลาด จะช่วยให้เราจับกระแสการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น เราจะได้เป็นผู้รับไม้แรกฯ หรือได้ขึ้นรถไฟตั้งแต่ต้นทาง ความเสี่ยงเราก็จะต่ำและโอกาสในการทำกำไรก็จะมากกว่า

ข้อ4 ให้พยายามมองหาเหตุ/ ปัจจัยที่ทำให้เกิดกระแสในหุ้นนั้นฯ เช่นมีข่าวดี : เพิ่มทุน แจกwarrant ปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ หรือมีปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เรามีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น ถ้าใครมีความรู้ด้านเทคนิคก็ใช้ประกอบการตัดสินใจได้
แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเรารายย่อย คงเป็นการยากที่จะได้รับทราบข่าววงในพวกนี้ คงได้แต่อาศัยการจับกระแสการเปลี่ยนแปลงให้เร็ว และขอโดยสารตามรายใหญ่ไปด้วย

ข้อ5 เมื่อจับกระแสการเปลี่ยนแปลงได้ และมีหุ้นเป้าหมายอยู่ในใจแล้ว ต้องดูภาวะตลาด ประกอบด้วย ถ้าหาก set index + และ volume มา และไม่มีข่าวร้ายอื่นฯมากระทบ ก็จงอย่ารอช้าที่จะตัดสินใจ แต่ถ้าหากภาวะตลาดไม่เป็นใจก็จงอย่าผลีผลามเข้าไป

ข้อ6 ที่ให้ซื้อที่เวลานี้ ก็เพื่อความมั่นใจว่าที่ราคาหุ้นได้เพิ่มขึ้นมาเมื่อเช้านั้นเป็นของจริง
ไม่ใช่เป็นการดึงราคาขึ้นมาเพื่อทิ้งของ และช่วงเวลานี้โดยส่วนใหญ่แล้วราคาหุ้นมักจะทรงตัวหรือลดลง/เพิ่มขึ้นไม่มาก ถ้าเข้าช่วงนี้จะได้ของราคาไม่แพงเกินไป

ข้อ7 ที่ให้เริ่มอย่างน้อย 40,000 บาท ก็เพื่อที่จะได้ไม่เสียส่วนเกินค่าโบรกเกอร์ และการซื้อไล่ราคาขึ้นไปก็เพื่อหาโอกาสทำกำไรเพิ่ม ซึ่งความเสี่ยงจะต่ำเพราะเรามีต้นทุนที่ต่ำอยู่แล้ว

ข้อ8 การขาย
1.เมื่อมีกำไร
-เมื่อมีกำไรแล้ว ให้รู้จักพอ อย่าโลภ ควรขายปลายตลาดเลย ซึ่งเวลา 16.00-16.30น. มักจะเป็นช่วง peak ของราคา
-ถ้ายังไม่พอ ก็จงมีความโลภแต่พอดี ให้ขายตอนเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนเวลา 11.00น. ซึ่งมักเป็นช่วง peak ของราคาเช่นกัน
-ถ้ายังโลภอยู่ และภาวะตลาด+ ตัวหุ้นยังดีอยู่ ก็ให้ถือต่อ Let the profit run และขายในราคาที่เราพอใจ แต่อย่าลืมยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง ยิ่งถือนานยิ่งเสี่ยง
2.ถ้าหากผิดคาด หุ้นไม่ขึ้นหรือหุ้นลง
– หากหุ้นทรงตัว ไม่ขึ้นตามคาด ให้ขายวันรุ่งขึ้น ก่อน 11.00 น.
– หากซื้อมาแล้วหุ้นตกมากกว่า 5 % ให้ขาย Stop loss/Cut loss ทันทีอย่าถือไว้ จำไว้ว่าเสียค่าโบรกเกอร์ยังดีกว่าราคาหุ้นไหลรูดลงไปเรื่อยฯ จนไม่กล้า Cut loss

ข้อ9 ส่วนใหญ่แล้วหุ้นที่ทำ ceiling มักจะขึ้นต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2-3วันเสมอ ดั้งนั้นหากจับกระแสได้ว่าหุ้นตัวไหนกำลังจะทำ ceiling ต้องรีบรับไว้พิจารณา โดยทันที

ข้อ10 ในกรณีที่ผิดคาดต้อง Stop loss/Cut loss เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียโดยทันที

หากคุณได้พิจารณาและทำตามกลยุทธ์นี้ คุณจะไม่พลาดรถไฟเกือบทุกขบวน และได้ขึ้นตั้งแต่ต้นทาง และมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่า 80 %

กลยุทธ์นี้เหมาะกับช่วงตลาดเป็นแนวโน้มขาขึ้น

ทุกคนซื้อหุ้นก็เพื่อหวังกำไร การเก็งกำไรมีอยู่ในการลงทุนทุกรูปแบบ แล้วแต่ว่าจะเป็นแบบสั้นหรือยาว ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนก็จะต่างกันไป ขึ้นกับรูปแบบการลงทุนและนิสัยความชอบส่วนตัว และความพร้อมที่จะรับกับความเสี่ยง

ท้ายที่สุดนี้ผมขอแถมอีกหนึ่งกลยุทธ์ซึ่งมีผู้ทดลองใช้แล้วได้ผลเช่นกัน

กฎ 10 ประการสู่ผู้กำชัยชนะในตลาดหุ้น

กฎข้อที่1 ซื้อเมื่อราคาเป็น NEW HIGH
-ราคาใหม่นี้หมายถึงราคาที่หุ้นตัวนี้ไม่เคยทำได้มาก่อน โดยกำหนดระยะเวลาเป็นช่วงฯ เพื่อให้ ทราบราคาที่เป็น NEW HIGH ของแต่ละช่วง
-NEW HIGH ของรอบ 100 วันสำหรับหุ้นที่นิ่ง
-NEW HIGH ของรอบ 250 วันสำหรับหุ้นที่มีการปรับตัวหวือหวา
-สำหรับนักลงทุนรายวัน ถ้าราคาสูงกว่าราคาสูงสุดเมื่อวานให้ซื้อ เพราะถือว่าเป็น NEW HIGH เช่นกัน และหากราคาไม่ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของเมื่อวานก็ให้ถือต่อ

กฎข้อที่2 ถือต่อเมื่อราคาปิดสูงกว่าราคาต่ำสุดของวันก่อน

กฎข้อที่3 ขายเมื่อราคาต่ำกว่าราคาต่ำสุดเมื่อวาน

กฎข้อที่4 ยืนยันด้วยราคาสามช่วง การยืนยันด้วยสามช่วงราคา(Spread) เป็นการกำหนดเป้าหมายการซื้อขาย . เช่นถ้าต้องการซื้อแบบมี NEW HIGH ก็ให้รอจนกว่าราคาได้สูงกว่าราคา HIGH เดิมอย่างน้อยสามช่วงราคาแล้วค่อยเข้าไปซื้อเพราะจะเป็นการยืนยันว่าแรงซื้อ ณ ตำแหน่งนั้นมีมากจริง ขณะเดียวกันก็ต้องรอให้ราคาตกลงมามากกว่าราคาต่ำสุดเมื่อวานเกินสามช่วงราคาแล้วค่อยขายออกไป สำหรับหุ้นขนาดเล็กอาจถือเอาที่ 4-8 ช่วงราคา

กฎข้อที่5 ผ่านเป็นหนุนชนเป็นต้าน หากราคามีการทะลุขึ้นไป ให้ถือเอาราคาสูงสุดในวันก่อนเป็นแรงหนุนเสมอ
หากราคาได้ตกทะลุต่ำกว่าราคาต่ำสุดเมื่อวานให้ถือราคานั้นเป็นแรงต้าน

กฎข้อที่6 ให้กระจายความเสี่ยงกระจายความเสี่ยงไปในหุ้นหลายฯตัว 3-7 ตัว

กฎข้อที่7 กำหนดวงเงินลงทุน

กฎข้อที่8 ภาวะตกต่ำให้ถือเงินสด

กฎข้อที่9 แบ่งกำไรเข้าหุ้นพื้นฐานเพื่อรับเงินปันผลและสิทธิ์ในการซื้อลูกหุ้น

กฎข้อที่10 ต้องมีวินัยที่ดี ควบคุมการใช้จ่ายเงินให้อยู่ในวงเงินที่กำหนด เชื่อถือและมั่นใจในการวิเคราะห์หุ้นของตนเอง Cut loss อย่างมีหลัก

 

Categories: Economics & Finance
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: