Home > Economics & Finance > NOZ’s Trading Concept

NOZ’s Trading Concept

Introduction
 
ความแตกต่างระหว่างพ่อค้าและนักลงทุน คือ
พ่อค้า ต้องการกำไรจากสินค้า นั่นคือ จะได้กำไรเมื่อมีการขายสินค้า
แต่นักลงทุน ต้องการกระแสเงินสดจากทรัพย์สิน ซึ่งควรจะได้ตั้งแต่ตัดสินใจซื้อ ดังนั้น อาจเรียกได้ว่า ได้กำไรเมื่อซื้อ
 
ถ้าเปรียบเทียบกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่เน้นไปที่การซื้อถูกขายแพง
ก็อาจเรียกได้ว่า เป็นพ่อค้าเท่านั้น เพราะต้องการกำไรในส่วนนี้
แต่ปัญหาคือว่า จะรู้ได้อย่างไรว่า ตรงจุดไหน คือจุดที่ต่ำสุด จุดไหนคือจุดที่สูงสุด
ดังนั้น ในเมื่อไม่มีการทำนายอนาคตได้ พ่อค้า ก็ไม่ต่างจากนักเก็งกำไร ซึ่งดูๆไป ก็คล้ายๆกับ นักพนัน เพียงแต่จะเป็นนักพนัน หัวแถวหรือปลายแถว
 
ในกรณีเดียวกัน ถ้ามาคิดถึงวิธีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ตามอย่างนักลงทุนนั้น
อาจนับว่าพวก value invertor เป็นนักลงทุน เพราะว่า เค้าเหล่านี้ ได้รอ กระแสเงินสดจากทรัพย์สิน
ซึ่งได้มาจากการเลือกหุ้นที่ดี กิจการมีกำไร แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น กิจการดีในวันนี้ อาจจะไม่ดีในวันหน้า
บัญชีที่ดูดีในวันนี้ อาจเป็นการตกแต่งขึ้นมา ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องมี เทคนิค ในการจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุน
 
ถ้ามองในกรณีที่ว่า ตลาดหลักทรัพย์ เริ่มมีมานานมาก หลายร้อยปีมาแล้ว และยังคงมีอยู่ตลอดไป ตราบเท่าที่ยังมีการใช้เศรษฐกิจแบบทุนนิยม
จะมองเห็นว่า การขึ้นลงของราคาหลักทรัพย์นั้น ไม่ได้เป็นแบบเส้นตรง แต่มีการผันผวนตลอดเวลา
ขึ้นอยู่กับการคาดหวังอนาคต ของนักลงทุน ที่มีต่อหลักทรัพย์นั้นๆ
ซึ่งถ้ามองในกรณีนี้ จะทำให้สรุปได้ว่า ราคาหลักทรัพย์ ไม่มีทางที่จะสะท้อนราคาที่แท้จริง
เนื่องมาจากว่า เราได้รวมราคามูลค่า ที่คาดว่าจะเกิดในอนาคต เข้าไปในราคาหลักทรัพย์
แต่ปัญหาคือ อนาคตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้น ราคาหลักทรัพย์ จึงเป็นแค่มูลค่าคาดหวัง ไม่ใช่มูลค่าที่แท้จริง
 
จึงสรุปได้ว่า ไม่มีใครสามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ในราคาที่แท้จริง แม้แต่ผู้เป็นเจ้าของ
(แม้แต่เจ้าของ ก็จำเป็นต้องประเมินอนาคตเอาไว้แล้ว เค้าถึงได้มีการลงทุน ดังนั้น เงินทุนของเจ้าของ ก็ย่อมต้องบอกสิ่งที่ประเมินในอนาคตเอาไว้เช่นกัน เจ้าของ คงไม่ลงทุนในกิจการ ที่จะไม่ทำกำไรในอนาคต)
 
เมื่อเราไม่สามารถหาราคาที่แท้จริงได้ จึงนับว่าเป็นความเสี่ยงมาก ที่เราจะซื้อโดยคาดหวังสิ่งที่เกิดในอนาคตเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นการมองย้อนอดีต ว่ามีการดำเนินการอย่างไรในบริษัท มองไปอนาคต ว่าจะมีแนวโน้มอย่างไร
แต่ทั้งหมดนั้น นับได้เพียงแค่ เป็นการเดาตลาดเท่านั้น
 
จากข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ถ้าเรามุ่งเน้นหาสิ่งตอบแทนจากหลักทรัพย์ โดยมุ่งไปที่ ความเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งอยู่กับปัจจุบันมากกว่า
แทนที่จะสนใจคาดหวังว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะได้วิธีที่ทำให้ ได้ผลตอบแทนที่มากกว่า ในระยะยาว
 
ย้ำว่าในระยะยาว เนื่องมาจากว่า การเคลื่อนไหว เพียงเล็กน้อย สามารถให้ผลตอบแทนได้ แต่ว่า จำเป็นจะต้องมีการเคลื่อนไหว หลายครั้งมากๆ
ถึงทำให้ได้ผลตอบแทนเท่ากับทุนที่ลงไป และได้เป็นกำไรมาทีหลัง ซึ่งไม่อาจเทียบกับการเก็งกำไร ที่อาจจะได้ เป็นตัวเงินมากๆไปเลย หรือขาดทุนมากๆไปเลยก็ได้
 
ดังนั้น ระยะเวลาในการลงทุน จึงจำเป็นจะต้องเป็นระยะยาว ยิ่งเข้าใกล้ Infinity ยิ่งทำให้ได้ผลตอบแทนได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด
 
เวลา จึงเป็นตัวแปรสำคัญเพียงอย่างเดียว สำหรับการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในลักษณะนี้
 
Stock Choosing
 
อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วว่า เวลาเป็นตัวแปรสำคัญในการลงทุนลักษณะนี้
ดังนั้น การเลือกหลักทรัพย์ ก็ควรจะเป็นหลักทรัพย์ที่สามารถอยู่ในตลาดได้นาน ไม่โดนเพิกถอน ไม่โดนห้ามซื้อขาย
คือ ถือได้ว่า เป็นหลักทรัพย์พื้นฐานที่ดีตัวหนึ่ง
โดยที่ มีปริมาณการซื้อขายและการแกว่งตัวมากในระดับหนึ่ง อันเนื่องมาจากว่า การซื้อขายที่มาก ทำให้จังหวะซื้อขายของเรา เป็นธรรมชาติ
ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับอารมณ์ของผู้ลงทุนรายอื่นๆ หรือทำให้ราคาเบี่ยงเบนไปจากที่ควรจะเป็นตามอารมณ์ตลาดขณะนั้น ส่วนระดับการแกว่งตัว จะก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงกับระยะเวลา ที่จะสามารถคืนทุนได้ โดยที่ปกติ ควรจะอยู่ที่ 1-3 ปี ในกรณีที่ตลาดแกว่งตัวตามปกติ
Categories: Economics & Finance
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: