Home > Business > 7 Transformations of Leadership

7 Transformations of Leadership

พัฒนาการในวิธีการคิดผู้นำ

โดยเป็นการนำเสนอเนื้อหาที่ผมเรียบเรียงจากบทความของ David Rooke และ William R. Torbert จากนิตยสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนเมษายนนี้ภายใต้หัวเรื่องว่า ‘7 Transformations of Leadership’ โดยเนื้อหาหลักก็คือผู้นำแต่ละคนจะมีเบื้องหลังแนวคิดหรือวิธีการคิดที่แตกต่างกันออกไป (เขาเรียกว่า Action Logic)

และการที่จะพัฒนาผู้นำขึ้นมาได้จะต้องทำความเข้าใจต่อวิธีการคิดของผู้นำ พร้อมทั้งหาทางเปลี่ยนวิธีการคิดของผู้นำแต่ละคนให้ขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้น สัปดาห์นี้เรามาพิจารณาโดยละเอียดนะครับว่าวิธีการคิดทั้ง 7 ประการประกอบด้วยอะไรบ้าง

ประการแรกคือพวก The Opportunist หรือพวกฉกฉวยโอกาส

ผลจากวิจัยของผู้เขียนบทความทั้งสองท่านพบว่า มีผู้นำที่มีวิธีคิดประเภทนี้อยู่ทั้งหมด 5% ผู้นำที่คิดแบบนี้ไม่น่าทำงานด้วยครับ เนื่องจากเป็นพวกที่ไว้ใจไม่ได้ เชื่อมั่นในตนเองสูงเกินไป ให้ความสำคัญกับตนเองเป็นหลัก ชอบปลุกปั่นผู้อื่นเพื่อให้ได้ผลตามที่ตนต้องการ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น จะโทษอย่างอื่นหมดยกเว้นตนเอง แถมถ้าใครไปกล่าวหาว่าเขาผิดก็จะตอบโต้อย่างรุนแรง

ประเภทที่สองคือ The Diplomat

ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าผู้นำประเภทนี้ชอบประนีประนอม หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง มีผู้นำประเภทนี้ 12% ของทั้งหมด ผู้นำประเภทนี้จะประนีประนอมกับความเห็นของกลุ่มหรือผู้บังคับบัญชาชั้นสูงขึ้นไป ผู้นำประเภทนี้จะเหมาะในงานที่ต้องอาศัยการประสานงานกับผู้อื่น บางครั้งก็สุภาพจนเกินไป ไม่ชอบที่จะท้าทายผู้อื่น ดังนั้นอาจจะเป็นผู้นำที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงเท่าไร แต่เหมาะสมกับผู้บริหารระดับกลางๆ ที่ต้องคอยประสานงานกับผู้อื่นมากกว่า

ประเภทที่สามคือ The Expert หรือผู้นำที่มาจากความชำนาญ

เราจะพบผู้นำประเภทนี้มากคือมีถึง 38% (มากที่สุดในทั้งเจ็ดประเภท) ผู้นำประเภทนี้จะให้ความสำคัญกับความรู้ ความชำนาญที่ตนเองมีอยู่ และอาศัยความรู้ ความชำนาญเหล่านั้นในการชี้นำผู้อื่น คนเหล่านี้จะเก่งเมื่อทำงานเดี่ยวๆ หรือในฐานะที่ปรึกษา แต่เมื่อทำงานเป็นกลุ่มแล้วอาจจะมีปัญหาได้ เนื่องจากคนเหล่านี้จะมีความเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป (เนื่องจากความรู้ ความชำนาญที่มีอยู่) หลายๆ ครั้งจะไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มักจะพบได้ในพวกผู้นำที่มาจากสายวิชาชีพต่างๆ

ประเภทที่สี่คือ The Achiever

ผู้นำประเภทนี้มีอยู่ 30% และเป็นผู้นำที่สามารถพาองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางกลยุทธ์ได้ เป็นผู้ที่สามารถสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ท้าทาย รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น ผู้นำประเภทนี้คนจะชอบทำงานด้วย และผลงานก็ออกมาดี เพียงแต่ข้อเสียคือการทำงานของผู้นำประเภทนี้มักจะไม่ทำให้คิดนอกกรอบ

ประเภทที่ห้าคือ The Individualist

ซึ่งมีอยู่ 10% ของทั้งหมด คนพวกนี้สังเกตได้ง่ายครับ ชอบฉายเดี่ยว สามารถรับผิดชอบและทำให้งานของตนเองสำเร็จได้อย่างน่าทึ่ง แต่ก็สามารถสร้างความปวดหัวและปั่นป่วนให้กับชาวบ้านได้ไม่แพ้กัน ผู้ที่มีวิธีการคิดในลักษณะนี้ เหมาะกับงานที่ปรึกษาหรือเจ้าของกิจการตนเอง มากกว่าทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กรใหญ่ๆ

ประเภทที่หกคือ The Strategist

มีอยู่ 4% พวกนี้จะคล้ายพวก The Individualist ในแง่ของการทำงานให้สำเร็จ แต่จะแตกต่างในแง่ของการคิดในภาพขององค์กรมากกว่า ผู้นำประเภทนี้จะจัดการความขัดแย้งได้ดี เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงที่ดี เป็นผู้นำที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และที่สำคัญคนประเภทนี้จะชอบมองและคิดในภาพรวมได้ดี แถมเวลานึกถึงประโยชน์ต่างๆ จะไม่ได้มองแค่ระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังจะคิดต่อถึงระดับประเทศ

ประเภทที่เจ็ดคือ The Alchemist

ซึ่งมีเพียงแค่ 1% คนพวกนี้อาจจะเรียกว่า เป็นซูเปอร์ผู้นำเลยครับ ผู้นำประเภทนี้มีความสามารถในการเผชิญกับสถานการณ์ในหลายๆ รูปแบบได้พร้อมๆ กัน คนพวกนี้จะสามารถข้องเกี่ยวกับองค์กรต่างๆ ได้มากกว่าทีละหนึ่งองค์กร อีกทั้งสามารถจัดการกับปัญหาของแต่ละองค์กรหรือสถานการณ์ได้อย่างดี สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่สูญเสียการมองภาพรวมของทั้งหมด ผู้นำแบบนี้จะมีบุคลิกหรือลักษณะพิเศษแบบที่เราเรียกว่ามี Charisma อีกทั้งมีระดับของจริยธรรมและศีลธรรมในระดับที่สูง

ฟังดูเหมือนจะหาง่าย แต่จริงๆ คงไม่ง่ายหรอกครับ ไม่งั้นผลวิจัยของเขาคงไม่ออกมาแค่ 1%

ทีนี้ลักษณะของผู้นำทั้งเจ็ดประเภทข้างต้นนั้น ผู้อ่านคงพอจะเห็นว่า ยิ่งประเภทหลังๆ ยิ่งเป็นผู้นำที่เป็นที่ใฝ่ฝันมากขึ้น และจากงานวิจัยของผู้เขียนบทความเขายังพบด้วยครับว่า ลักษณะของผู้นำนั้นสามารถที่จะพัฒนาได้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นประเภท Expert แล้วก็จะเป็น Expert ตลอดไป ปัจจัยหรือสิ่งที่เข้ามากระตุ้นให้มีการพัฒนาในลักษณะของผู้นำนั้นก็มีหลายประการครับ อาทิเช่น การได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำอื่นๆ ที่มีลักษณะที่สูงกว่า ก็จะเป็นการให้มุมมองใหม่ๆได้

หรือ การได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ความรับผิดชอบ ก็จะทำให้ผู้นำได้เพิ่มขีดความสามารถ มุมมองที่กว้างขึ้น อันจะส่งผลต่อลักษณะของผู้นำที่เปลี่ยนไป

ผมเองก็พบหลายท่านเหมือนกันครับว่า การก้าวจากผู้บริหารระดับกลางขึ้นเป็นระดับสูงนั้น ทำให้มุมมองและวิธีคิดเปลี่ยนไปพอสมควร นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงวิธีการในการทำงาน การเข้ามา Coach ของผู้บริหารระดับสูง การได้รับการอบรมและพัฒนา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวกระตุ้นในการเปลี่ยนลักษณะของผู้นำ

ผู้อ่านคงต้องลองสำรวจดูว่า ปัจจุบันลักษณะและวิธีการคิดของท่านในฐานะผู้นำอยู่ในขั้นไหน และจะมีแนวทางอย่างไรในการพัฒนาให้ก้าวสูงขึ้นไปอีกขั้น

From : http://bangkokbiznews.com/2005/09/06/news_18524472.php?news_id=18524472

Categories: Business
  1. 14 May 2013 at 4:46 AM

    Your post offers established useful to myself.
    It’s really educational and you’re clearly really educated of this type. You have got exposed my own sight to varying opinion of this topic using intriquing, notable and strong content material.

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: