Home > Economics & Finance > Money Talk : NOZ

Money Talk : NOZ

ช่วงนี้ อ่านหนังสือพิมพ์ทั้งรายวันรายสัปดาห์ หรือนิตยสาร เจอเรื่องเกี่ยวกับการออมเยอะมาก

(นโยบายรัฐบาล เริ่มส่งเสริมการออม หลังจากส่งเสริมการใช้จ่ายมาหลายปี ดังนั้น สื่อที่ดี ต้องช่วยรัฐบาล hahaha)

มันเหมือนจะดี แต่จริงๆแล้ว อืม …. ไม่ดีเท่าไหร่อ่ะ
เหมือนวางแผนให้ใช้ชีวิตบั้นปลายแบบจนๆ ตั้งแต่จนธรรมดาถึงจนมาก
ประเภท ออมเดือนละ 1000 ตอนอายุ 25 จนเกษียณที่ 60 ได้ดอกเบี้ยทบต้น 5%
บั้นปลายชีวิตจะมีเงินใช้ เดือน ละ 9000 กว่าๆ

แต่ที่ไม่ได้บอกคือ ดอกเบี้ยทบต้น 5% มันต้องตัดเงินเฟ้อไป ….
(หรือจะพูดอีกอย่างก็ได้คือ เงินจำนวนนั้น … 9000 บาท ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า จะมีมูลค่าเท่ากับเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับตอนนี้)
และ … แล้วจะเอาไปออมที่ไหนให้ได้ผลตอบแทนแบบนี้

เอาแค่ปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ประมาณว่าจะมีอัตราเงินเฟ้อ 4%
แต่ดอกเบี้ย ที่เพิ่งขยับ ในวันที่ 09.09.2005 แบบประจำ 3 เดือน ล่าสุดเป็น 1.5% แบบ 6 เดือน 1.75% แบบอื่นๆ ขี้เกียจจำแล้ว
แต่ออกทรัพย์ยังไม่เพิ่มนะ ซัก 0.75% มั้ง
แสดงว่า ต้องลงทุนให้ได้ผลตอบแทน 9% ต่อปี ถ้าต้องคิดอัตราเงินเฟ้อรวมเข้าไปด้วย

(ธนาคารเค้าไม่สนใจหรอก ต่อให้คุณได้ 5% ต่อปีจากธนาคาร ถ้าปีนั้นมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5%
ก็เท่ากับว่า คุณกองเงินไว้เฉยๆ โชคดีที่ค่าเงินที่คุณกองเอาไว้ ไม่ลดค่าลง ก็เท่านั้นเอง)

ซึ่งไอ้คนทำงานประจำที่ไหนจะไปหาการลงทุนแบบนี้ได้ ถ้าไม่มีความรู้ในการลงทุน
หรือต่อให้มีความรู้ทางด้านการลงทุน แล้วจะมีเวลารึป่าว
สิ่งสำคัญในการลงทุน ไม่ใช่แค่มีเงิน แต่ที่สำคัญกว่า คือต้องมีเวลาที่จะศึกษาต่างหาก

บางคนอาจจะไปลงทุนในกองทุนรวม ตราสารหนี้
แต่มันก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนขนาด 5% น้อยมาก (High risk, High return)
เพราะตราสารหนี้ มันความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็ต่ำ เป็นธรรมดา

หรืออย่างพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่งเปิดให้คนทั่วไปซื้อ มีอายุ 7 ปี ผลตอบแทนที่ 5.25% ต่อปีหรือมากกว่านี้นิดหน่อย ลืม ….
(ยังไม่หัก ภาษีดอกเบี้ย 15% ด้วยนะ )
ขนาดต้องถือยาว 7 ปียังแค่นี้ ทั้งๆที่เป็นดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่อยากจะคิด ว่าเสี่ยงขนาดไหน

ยิ่งเป็นตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาน้อย ผลตอบแทนก็จะน้อย ตามความเสี่ยงของระยะเวลาที่ถือครอง
ถ้าเป็นหุ้นกู้บริษัท ได้ผลตอบแทน 3-5% ก็หรูแล้วในตอนนี้ แต่คนทั่วไป ก็คงมีเงินไม่พอไปให้เค้ากู้โดยตรง
ก็ต้องผ่านพวกกองทุนรวมอยู่ดี เอาแค่ค่าเงินที่มีอยู่ ไม่ลดค่าลงไป เพราะอัตราเงินเฟ้อ ก็น่าจะดีใจกันแล้ว

งั้น …. โดยสรุปว่า มันเป็นการวางแผนเพื่อชีวิตที่ดีกว่าจริงๆหรือ

เดี๋ยวจะลองคำนวณให้ดู (สูตรทั้งหลาย เคยเอามาไว้ใน blog แล้ว หาๆดูในหมวด finance ถ้าอยากอ่าน)

ในกรณีที่เริ่มที่อายุ 25 จนถึง 60 แล้วต้องการมีเงิน 20000 ต่อเดือนใช้หลังเกษียณ
โดยถอนเงินออกมาใช้ตอนต้นเดือน เป็นระยะเวลา 20 ปี (แสดงว่าตายตอน 80 นี่เอง)
โดยที่ผลตอบแทนจากการออมเงินเป็น 5% ต่อปี
(ที่ให้ 5% ต่อปีนี่ ถือว่ามากสุดๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้ โดยไม่ได้คิดอัตราเงินเฟ้อ
ถ้าคิดอัตราเงินเฟ้อ อาจจะไม่ได้ผลตอบแทน หรือผลตอบแทนติดลบด้วยซ้ำ)

เราจะหาก่อนว่า วันที่เราเริ่มเกษียณ ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่

ต้องใช้สูตรนี้ PVad = PVoa (1+i) โดยที่ PVoa = PMT [(1 – (1 / (1 + i)^n)) / i]

PMT = 20,000    i = 5%/year = 0.4074%/month (1.004074^12 = 1.049998447 ~ 1.05)    n = 12×20 = 240

จะได้ว่า PVad = [20,000 [(1 – (1/(1+ .004074)^240)) / .004074]] x 1.004074 = 3071369.036

แล้วก็หากลับมาว่า เราต้องฝากเงินเดือนละเท่าไหร่ ทุกปลายเดือน เมื่อเงินเดือนออก ใน 35 ปี เพื่อที่จะมีเงิน 3071369.036 ในวันที่เกณียณ (คงไม่มีใครฝากได้ทุกต้นเดือน เพราะ เราต้องทำงานก่อนถึงจะได้รับเงินเดือน ไม่ใช่ได้เงินเดือนมาก่อนตอนต้นเดือน แล้วค่อยทำงาน)

ต้องใช้สูตรนี้ FVoa = PMT [(((1 + i)^n) – 1) / i]

FVoa = 3071369.036    i = 0.4074%/month    n = 12×35 = 420

จะได้ว่า PMT = 3071369.036 / [((1.004074^420)-1) / .004074] = 2770.926982

เหมือนจะน้อยใช่ไหมครับ เดือนละแค่ไม่ถึง 3000 แต่ถ้าจะออม 10% ของรายได้ แสดงว่า ต้องมีรายได้ 30000 เลยนะ
ยังไม่พอ ชีวิตนี้ คุณต้องซื้อรถซื้อบ้านอีก คงไม่มีใครไม่ซื้อ นอกจากไม่มีปัญญาซื้อจริงๆ
ไหนจะ ค่าใช้จ่ายตอนแก่ที่ฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย ไม่สบาย ซึ่งมันจะสูงมากจนไม่สามารถคาดเดาได้
รู้ไหมว่า ถ้าเป็นมะเร็ง ระยะเริ่มแรก จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาให้หายเท่าไหร่
ถ้าอยากรู้ ลองโทรไปถามโรงพยาบาลดูครับ ผมไม่รู้เหมือนกัน

คือ ถ้าชีวิตนี้ ไม่ต้องการอะไรมาก
ฝันไว้ว่า ใครซักคน จะมาทำให้เงินออมคุณ มีผลตอลแทนได้ ปีละ 5% โดยไม่รวมอัตราเงินเฟ้อ
คุณก็อาจจะอยู่สุขสบายได้ แบบพอถูไถ ถ้าเป็นคนมักน้อย
แต่ในโลกความเป็นจริง ใครหล่ะครับ จะทำผลตอบแทนได้แบบนี้
จะหวังให้ผู้จัดการกองทุนรวมทำให้นะเหรอ มันก็อาจจะพอพึ่งพาได้ แต่นั่น มันแค่ชนะเงินเฟ้อได้นิดหน่อย เท่านั้นเอง
ไม่เชื่อ ลองดูผลประกอบการย้อนหลังของกองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนผสมทั้งหลาย เทียบกับอัตราเงินเฟ้อดู

ที่ไม่พูดถึง กองทุนรวมตราสารทุน หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น
เพราะถึงจะมีโอกาส ที่จะได้รับผลตอบแทน มากกว่า 5% โดยไม่รวมอัตราเงินเฟ้อ แต่ความเสี่ยงก็สูงกว่า
ถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบเสี่ยง ก็ขนาดที่หวังว่าใครซักคน จะจัดการเงินออมให้
คงแปลกที่มาลงทุนในลักษณะนี้ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียเงินออมของคุณก็ได้

ผมไม่ได้อยากจะตัดสินหรอกว่า ใครผิดหรือถูก
แค่อยากบอกว่า ชีวิตใคร คนๆนั้นก็ต้องรับผิดชอบ
การที่จะไม่รับผิดชอบอะไรเลย จะให้คนอื่นรับผิดชอบแทน คงเป็นไปไม่ได้

ยกตัวอย่างง่ายๆ จากตัวเลขเดิมข้างบน ถ้าผลตอบแทนจากการลงทุนโดยไม่รวมอัตราเงินเฟ้อ เป็นแค่ 1%
แล้วคุณออมเงินเท่าเดิม คือ เดือนละ 2770 คุณจะมีเงินใช้ ตอนเกษียณ แค่เดือนละประมาณ 6400 เท่านั้น
อย่าเพิ่งตกใจ มีแย่กว่านี้อีก คือถ้าเงินออมคุณ แค่มีผลตอบแทนเท่าอัตราเงินเฟ้อ
คือคิดซะว่า เงินออมนั้นมันไม่ลดค่าเลย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เพิ่มค่า
เงินที่ออมเดือนละ 2770 จะมีให้ใช้ตอนเกษียณ แค่เดือนละ 4850
แต่เดี๋ยวก่อน …. ในปัจจุบัน ที่เงิมออม ฝากธนาคาร มีผลตอบแทนเทียบกับอัตราเงินเฟ้อ แล้วติดลบ
เงินของคุณ ที่จะไว้ใช้ตอนเกษียณ จะเป็นเท่าไหร่ ไม่คิดหล่ะครับ เหนื่อยเกิน ….

แค่อยากจะบอกว่า ถ้าหวังอัตราดอกเบี้ยจากธนาคาร ก็ไม่ต่างจากยืมจมูกคนอื่นหายใจ
จะหวังผลตอบแทนจากกองทุนรวมตราสารหนี้ ก็ไม่ชนะเงินเฟ้อซักเท่าไหร่
พอเป็นกองทุนรวมตราสารทุน ก็ดูเหมือนจะเสี่ยงเกินไป
…. ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วกัน

ถ้าอยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่ ที่เรียกได้ว่ามั่นคง ไม่ต้องกังวลกับการเกษียณ คุณต้องทำมันด้วยตัวเอง
ต้องเรียนรู้เพื่อจะลงทุนที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญคือ ต้องลงทุนเวลาเรียนรู้
และอย่างน้อย ต้องรู้ว่า การออมกับการลงทุน แตกต่างกัน
ไม่ใช่ว่าการออมไม่ดี แต่การออมโดยไม่ลงทุน มันจะให้จุดจบที่ไม่สวยงามนัก
อย่าเชื่อ …. ถ้ามีแต่คนบอกให้ออมเงิน เพราะเงินที่ออมนั้น มันแค่ทำให้สามารถใช้จ่ายตอนฉุกเฉิน
แต่มันไม่ได้ทำให้มีชีวิตอยู่ได้ อย่างสะดวกสบายตอนเกษียณแน่นอน

ถ้ามีเวลาทำงาน ทำ OT เพื่อเงินที่เพิ่มขึ้นแล้วหล่ะก็
เอาเวลานั้น ไปหาความรู้ทางด้านการลงทุนดีกว่าครับ
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หรือดอกเบี้ยทบต้น
มันทำเงินได้เก่งกว่าเราครับ
เราสู้มันไม่ได้หรอก

จบดีกว่า เขียนมากกว่านี้ ก็จะโดนด่ามากกว่านี้ …. ยังไงทุกอย่าง ก็อยู่ที่มุมมองครับ

By NOZ

Categories: Economics & Finance
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: