Home > Business > SMEs Tax

SMEs Tax

ไขปัญหาภาษี : SMEs

ขอนำประเด็นการเลือกรูปแบบในการประกอบธุรกิจ สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มาปุจฉา-วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้ครับ

ปุจฉา มีหลักเกณฑ์ในการเลือกรูปแบบการประกอบธุรกิจ โดยพิจารณาจากอัตราภาษีเงินได้อย่างไร

วิสัชนา การพิจารณาเลือกรูปแบบธุรกิจจากอัตราภาษีเงินได้มีหลักเกณฑ์ดังนี้

1.กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีวิธีการคำนวณภาษีเงินได้ 2 วิธี คือ

วิธีที่ 1 การคำนวณภาษีเงินได้จากเงินสุทธิ

ภาษีเงินได้ (1) = เงินได้สุทธิ X อัตราภาษีก้าวหน้า

เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่าย (เหมา/จริง) หักค่าลดหย่อน

วิธีที่ 2 การคำนวณภาษีเงินได้จากยอดเงินได้พึงประเมิน

ภาษีเงินได้ (2) = เงินได้พึงประเมินทุกประเภท (ยกเว้นเงินได้ตาม ม.40 (1))

ที่มีจำนวนเงินรวมกันถึง 60,000 บาท X 0.5%

ให้เปรียบเทียบภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 1 กับภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 2 วิธีใดสูงกว่าให้เสียตามวิธีนั้น ดังจะเห็นได้ว่า แม้วิธีที่ 1 จะไม่มีเงินสุทธิที่ต้องนำมาคำนวณภาษี ซึ่งอาจเนื่องจากการประกอบธุรกิจขาดทุนสุทธิ หรือมีกำไรน้อย ไม่พอที่จะหักค่าลดหย่อนก็ตาม ผู้มีเงินได้ก็ต้องเสียเงินได้ตามวิธี 2 อันเปรียบเสมือนเป็นภาษีเงินได้ขั้นต่ำนั่นเอง

2.กรณีที่เงินได้นิติบุคคลกำหนดให้เสียภาษีเงินได้ จากกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการ ที่ได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีใดรอบระยะเวลาหนึ่ง ในอัตราดังนี้

(1) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้าย ของรอบระยะเวลาบัญชีเกินกว่า 5 ล้านบาท รวมทั้งกิจการร่วมค้า ให้เสียภาษีเงินได้ในอัตราภาษีร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ

(2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2547 เป็นต้นไป

3.กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเสียภาษีเงินได้อัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ อาจพิจารณาได้ว่า หากกิจการที่จะกระทำนั้นมีกำไรสุทธิโดยสม่ำเสมอทุกปี เป็นจำนวนเงินไม่เกินปีละประมาณ สี่ล้านบาท ควรเลือกประกอบธุรกิจในรูปบุคคลธรรมดาห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ซึ่งจะทำให้เสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 26.025 (หรือ 1,041,000 X 100 หารด้วย 4,000,000) อันเป็นอัตราภาษีไม่เกินอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องเสียในอัตราคงที่ร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ

นอกจากนี้ กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนยังต้องเสียเงินได้บุคคลธรรมดา จากเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรอีกด้วย ยิ่งทำให้การเสียภาษีเงินได้ในรูปของบุคคลธรรมดาได้ประโยชน์สูงกว่าการเสียภาษีเงินได้ในรูปของนิติบุคคล

ดังนั้น ตราบเท่าที่จำนวนเงินได้สุทธิยังไม่เกิน 4 ล้านบาทต่อปี ก็ควรดำเนินการในรูปของบุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ก็จะมีภาระภาษีเงินได้น้อยกว่า แต่เมื่อจำนวนเงินได้สุทธิขยับเกินกว่า 4 ล้านบาท ก็ควรพิจารณาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล SMEs ตั้งแต่เริ่มต้นปี เพื่อที่จะได้สิทธิประโยชน์จากอัตราภาษีดังกล่าว

From : bangkokbiznews.com

Categories: Business
  1. Mehmet
    2 November 2005 at 2:50 AM

    http://www.swimobile.comFree Mobile Services And Free SMS

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: