Home > News and politics > Why I don’t like Taksin and TRT Party

Why I don’t like Taksin and TRT Party

ถ้าการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์แล้วหล่ะก็
ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย ไม่ได้ทำให้ผมได้รับผลประโยชน์ใดๆ
… ตรงกันข้าม
ผมรู้สึกถึงการสูญเสียผลประโยชน์ด้วยซ้ำ
ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุ ทำให้ผมไม่สามารถ ยอมรับทักษิณกับพรรคนี้ได้

ถ้าจะมองถึง ปรัชญาทางการเมืองแล้ว
เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะยอมรับว่า
การจัดการผลประโยชน์ของทุกกลุ่ม คือวิธีการจัดการทางการเมือง
ซึ่งผลประโยชน์พวกนี้ รวมถึง ผลประโยชน์ของชนชั้นต่างๆ

วิธีที่ทักษิณใช้ คือการ เสริมสร้างผลประโยชน์ให้กับพวกตัวเอง
ในขณะที่ แบ่งปันเศษผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ
และความหวังว่าจะแบ่งปันในอนาคต ให้กับ ชนชั้นฐานราก ของสังคม

แน่นอนว่า ประชากรทุกคนที่อยู่ในช่วงอายุ ที่มีสิทธิเลือกตั้ง
มี 1 เสียง ที่จะลงคะแนนในวันเลือกตั้ง
และประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศ ก็คือ กลุ่มฐานราก ซึ่งมักจะชอบเรียกกันว่า รากหญ้า
ดังนั้น การเอาใจ คนกลุ่มนี้ จึงทำให้ สามารถได้รับคะแนนเสียงอย่างท้วมท้น

ถึงแม้ว่า ประชากรกลุ่มตรงกลาง ที่ไม่ได้รับผลประโยชน์โดยตรง กับโครงการประชานิยมต่างๆ
และไม่ได้เป็นกลุ่มทุน ที่ได้รับผลประโยชน์ จากกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล
จะไม่พอใจมากเพียงใด
แต่คะแนนะเสียงของกลุ่มนี้ กลับมีไม่มากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร
ถึงแม้ว่า นี่คือกลุ่มที่เสียภาษีมากที่สุด เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซนต์จากรายได้

ลองมาดูตัวอย่างว่า โครงการอะไรของทักษิณที่ผมไม่เคยได้รับผลประโยชน์บ้าง

1 30 บาทรักษาทุกโรค – โครงการที่มัดใจกลุ่มฐานราก ที่ใช้จ่ายเงินงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวไม่กี่พันบาท
ซึ่งผมไม่เคยได้รับการรักษาอะไรจากโครงการนี้ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นเพราะ สถานที่รักษา คุณภาพ ระยะเวลาในการรอคอย
ผมเชื่อว่า ยังมีอีกหลายคน โดยเฉพาะ ชนชั้นกลาง ที่ไม่ได้รับอะไรจากโครงการนี้

2 หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ – อันนี้ยิ่งเห็นชัด ในกรุงเทพ การแบ่งเขตมีตำบล และมีกำนันในบางส่วนของกรุงเทพ
ไม่ได้มีค่าอะไร นอกจากเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
ส่วนในต่างจังหวัด ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีมาอยู่แล้ว แต่รัฐบาลมาชวนให้เข้าโครงการ
ส่วนที่เกิดใหม่ทั้งหลาย ประเภท OTOP 1-3 ดาว ก็เตรียมตัวตายกันได้

3 กองทุน SML – ผมไม่เคยมีส่วนได้เสียกับเงินส่วนนี้ แล้วก็ยังไม่รู้จักว่ามีใครได้ประโยชน์จากเงินส่วนนี้อยู่ดี

นี่ยังไม่นับโครงการประเภท บ้านเอื้ออาทร แทกซี่เอื้ออาทร คอมพิวเตอร์เอื้ออาทร วัวล้านตัว
หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นโครงการประชานิยมทั้งหลาย ผลประโยชน์ ไม่เคยจะตกถึงผมโดยตรงเลย

แล้วตัวอย่างที่ผมเสียผลประโยชน์หล่ะ

ไม่นับว่า ภาษีที่ผมเสียไป กลายเป็นของเล่นให้ทักษิณใช้
ถึงภาษีที่ผมจ่ายอาจจะไม่เยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมจะไม่มีสิทธิในการตั้งคำถาม กับภาษีส่วนนี้

1 การแทรกแซงสื่อของทักษิณ – ข่าวสารที่มีแต่มุมมองดีๆ บิดเบือนความจริง เช่น ตัวเลขการเติบโตทางเศษรฐกิจ
ก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็น ทางเศรษฐกิจ คือ ทำให้เกิด ความผิดพลาดในการตัดสินใจลงทุน การเตรียมการในการแก้ปัญหา
ทางสังคม คือ เมื่อประชาชน ไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง การตัดสินใจทางการเมืองก็จะมีความบิดเบือน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่อีก

2 สัมปทานของประเทศ – ผมคิดว่าผม ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ในการที่จะให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีโอกาสได้ใช้ทรัพยากรของประเทศ ที่มีอยู่อย่างจำกัด
โดยที่ประเทศได้รับผลตอบแทน จากการให้ใช้ทรัพยากรจำนวนไม่มากนัก ซึ่งนี่ควรจะเป็นรายได้ ที่ควรเอามาพัฒนาประเทศ
ในขณะเดียวกัน มูลค่าของบริษัทที่ได้รับสัมปทาน กลับสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้ รวมถึง คลื่นโทรศัพท์ วงโคจรของดาวเทียม สิทธิในการใช้น่านฟ้า ของสายการบิน

3 มาตรการทางภาษี – ผมไม่เคยได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี รวมถึง เมื่อผมมีธุรกิจ บริษัทผมก็ไม่ได้รับการยกเว้น
ในขณะที่ บางบริษัท กับได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลดหย่อนภาษี ในจำนวนที่มากกว่า เงินทุนจดทะเบียนของบริษัทด้วยซ้ำ
โดยที่ บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่ผูกขาด และได้รับสัมปทาน ในการใช้วงโคจรของดาวเทียมนี่แหละ
ไม่นับรวมถึง การได้รับการลดหย่อนภาษี หรือสนุบสนุนมาตรการทางภาษี แก่บริษัท ของผู้ร่วมทุนในไทยรักไทย

4 การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ – จริงๆแล้ว ผมไม่ได้ต่อต้านการแปรรูปใดๆ เพราะผมสนับสนุนเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
แต่ปัญหาของทักษิณคือ การแปรรูปที่ไม่มีกฎหมายที่เอื้อต่อการแข่งขันที่ดี
การกระจายหุ้นที่ไม่เป็นธรรม และกระจุกตัวอยู่แต่ ผู้มีอำนาจ
ดังนั้น หลังจากแปรรูป ก็ไม่ได้มีการแข่งขันที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการของบริษัทเหล่านี้ จึงไม่ได้ลดลงเลย

ทั้งหมดนี้ เป็นตัวอย่างคร่าวๆ
ว่าในเมื่อ ผมไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วมกับ ทักษิณ ในเรื่องต่างๆ
และมักเสียผลประโยชน์ซะเป็นส่วนใหญ่

แล้วทำไม ผมจะต้องชอบทักษิณ หรือคิดว่าทักษิณจะแก้ปัญหาให้ผมได้
ในเรื่องบางเรื่อง เช่น การทำ FTA ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับชีวิตผม
ก็ไม่ได้เป็นการทำสัญญา ที่ทำให้ผมได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน
ดังนั้น ทั้งหมดนี้ ผมไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องแปลก
ถ้าคนที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วมกับทักษิณ
จะไม่ต้องการทักษิณ

แต่จะเป็นเรื่องแปลกมากๆ
ที่คนไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วมกับทักษิณ
แต่กลับคิดว่า นี่คือวีรบุรุษ อัศวินควายดำ ที่มากอบกู้ประเทศ
และให้การสนับสนุน อย่างไม่ลืมหูลืมตา

ผมไม่คิดว่า ทุกคนจะต้องคิดแบบเดียวกับผม
เพราะอย่างที่บอก
การเมืองคือเรื่องของผลประโยชน์
ดังนั้น คนที่ได้รับผลประโยชน์ ก็ลองชั่งน้ำหนักผลประโยชน์ที่ได้รับ และผลประโยชน์ที่เสียไปให้ดี
ถ้ามันคุ้มค่า ก็สนับสนุนทักษิณต่อไปได้ ไม่ได้ผิดอะไร
แต่ถ้ามันไม่คุ้ม เลือกตั้งครั้งหน้า ลองมองหาทางเลือกอื่นๆบ้าง … คงจะดี

NOZ (26.01.2006)

Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: