Home > Economics & Finance > Yen Carry Trade

Yen Carry Trade

Yen Carry Trade

Yen carry trade กำลังเป็นที่พูดกันบ่อยครั้งในแวดวงนักลงทุนว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนอยู่ในขณะนี้ เรื่องนี้ The Economist ได้เขียนอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ดังนั้นหากท่านผู้อ่านต้องการทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างครบถ้วน ก็ควรอย่างยิ่งที่จะอ่านบทความนี้อย่างละเอียด

yen carry trade นั้นคือการที่นักลงทุนกู้ยืมเงินเยนซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำมาลงทุนในหุ้นหรือทำ ธุรกรรมอื่นๆ (เช่นซื้อทองหรือน้ำมัน) ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงทำให้สามารถทำกำไรได้อย่างงามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้นมีภาระเงินเฟ้อต่ำและเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ดังนั้นธนาคารกลางจึงกดดอกเบี้ยเอาไว้ที่ระดับต่ำ (คืออยู่ที่ศูนย์อยู่นานหลายปี) และเพิ่งเริ่มปรับขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา และขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายก็ยังอยู่ที่ระดับเพียง 0.5% ในขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาว (เช่นพันธบัตร 10 ปี) อยู่ที่ 1.7-1.8% ต่อปี

การยืมเงินเยนจึงอาจมีต้นทุนไม่ถึง 2% ต่อปี แต่หากนำมาลงทุนในตลาดหุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างๆ ก็จะสามารถได้รับผลตอบแทน 30-40% ต่อปีได้โดยไม่ยาก แม้แต่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็ยังสามารถได้ผลตอบแทน 16-17% เพราะเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมีการลอกเลียนแบบกันทำ yen carry trade อย่างแพร่หลาย ผลที่ตามมาคือการอ่อนค่าของเงินเยนและเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า เพราะเมื่อยืมเงินเยนแล้วก็นำไปแลกเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้ผู้ที่ทำ yen carry trade ยิ่งลำพองใจเพราะนอกจากดอกเบี้ยจะต่ำแล้วเงินเยนยังอ่อนค่าอีกด้วย แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทุกคนทำเหมือนๆ กันจึงเกิดการแลกเงินเยนในปริมาณมากๆ อย่างต่อเนื่องยาวนาน

เมื่อหาเงินมาลงทุนได้ง่ายและต้นทุนต่ำ (หรืออีกนัยหนึ่งคือมีสภาพคล่องเหลือเฟือ) นักลงทุนก็ยิ่งกู้เงินมาลงทุนโดยเฉพาะในตลาดหุ้นต่างประเทศจนราคาหุ้นปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในตลาดเกิดใหม่ ผลคือนักลงทุนนำตัวเข้าไปสู่สภาวะที่มีความเสี่ยงสูง

ปัญหาคือการทำ yen carry trade นั้นเป็นการฝืนปัจจัยพื้นฐาน เพราะญี่ปุ่นมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ (เกิน 0% เพียงเล็กน้อย) และมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 3.5% ของจีดีพีนั้น ดังนั้นค่าเงินเยนควรจะแข็งขึ้น ในทางตรงกันข้ามประเทศสหรัฐซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อ 2.5-3.0% และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากถึง 6.5% ของจีดีพีนั้น เป็นประเทศที่ค่าเงินควรจะอ่อนลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคือ เงินเยนอ่อนค่าและเงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งยิ่งทำให้การอาศัย yen carry trade นับวันมีแต่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มีใครทราบปริมาณการลงทุนในลักษณะนี้มีมากเพียงใด โดยมีการประเมินกันว่า yen carry trade อาจมีมากถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจัยพื้นฐานนั้นในที่สุดจะต้องปรากฏขึ้นไม่ช้าก็เร็ว และเมื่อเงินเยนเริ่มแข็งค่านักลงทุนที่อาศัย yen carry trade ก็จะมีปัญหาเพราะต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้น หากมีการเริ่มขายหุ้นที่ลงทุนเอาไว้เพื่อให้ได้เงินมาใช้คืนหนี้ที่เป็นเงินเยน ก็จะทำให้นักลงทุนรายอื่นๆ ที่ใช้ yen carry trade ประสบปัญหาขาดทุนทั้งจากการปรับตัวลดลงของสินทรัพย์ที่ลงทุนและขาดทุนจากการแข็งค่าของเงินเยน จึงจะถูกกดดันให้ขายหุ้นทิ้งและนำเงินมาซื้อเงินเยนเพื่อใช้คืนหนี้สิน แต่การกระทำดังกล่าวก็จะทำให้หุ้นยิ่งราคาตกและเงินเยนยิ่งแข็งค่าเพราะผู้ที่กู้เยนมาลงทุนจะตระหนกและทำในทิศทางเดียวกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์คือ การปรับตัวลดลง 9% ของตลาดหุ้นจีน ซึ่งทำให้มูลค่าตลาดลดลง 130,000 ล้านเหรียญ ทั้งนี้เป็นเพราะมีข่าวลือว่าทางการจีนจะเข้มงวดกับการเก็งกำไรในตลาดหุ้นจีนซึ่งทำกันอย่างแพร่หลายจนผลักดันให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 140% ในปีที่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือคืนนั้น ตลาดหุ้นยุโรปก็ตกกันถ้วนหน้าประมาณ 2-3% และตลาดดาวโจนส์ก็ตกลง 3.5% สิ่งที่เกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นคือตลาดหุ้นในเอเชียก็ปรับลดลงอีก 2-3% ที่น่าสนใจคือตลาดนิกเคอิที่ญี่ปุ่นซึ่งลดลงเพียง 0.5% ในวันที่ตลาดหุ้นจีนตกแต่กลับปรับลดลง 3% ในวันต่อมาหลังจากตลาดหุ้นในสหรัฐและยุโรปปรับตัวลดลง

จึงอาจแปลกใจว่าทำไมตลาดหุ้นจีนที่มีขนาดเล็กทำให้ในตลาดใหญ่ๆ เช่น อเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่นปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยประเมินได้ว่าตลาดอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่นที่ลดลงนั้นมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญ หรือ 10 เท่าตัวของการปรับลดลงของตลาดหุ้นจีนที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัว ทำให้หลายคนหันไปกล่าวโทษ อลัน กรีน สแปน อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐ ที่กล่าวสุนทรพจน์โดยเตือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสที่จะเผชิญกับสภาวะถดถอยในครึ่งหลังของปีนี้

ผมไม่คิดว่าคำพูดของคุณกรีนสแปนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หุ้นตก แต่เชื่อว่าที่หุ้นปรับลดลงก็เพราะ yen carry trade เริ่มมีปัญหาเมื่อราคาหุ้นจีนตกก็กลัวว่าหุ้นตลาดเกิดใหม่อื่นๆ จะปรับตัวลดลงด้วย จึงมีบางกองทุนรีบขายหุ้นและนำเงินมาแลกเงินเยนเพื่อคืนหนี้ แต่เมื่อเริ่มทำเช่นนั้นราคาหุ้นที่ตกลงและเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 121 เยนต่อ 1 ดอลลาร์มาเป็น 118 เยนต่อหนึ่งดอลลาร์ภายใน 1 วัน 1 คืน นอกจากนั้นผมก็ยังสงสัยว่า การสร้างสภาพคล่องโดยการทำ yen carry trade นั้นแสดงให้เห็นว่า yen carry trade นั้นอาจทำกันอย่างกว้างขวางและกระจายทั่วโลกก็เป็นได้

สิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมากคือความเป็นไปได้ว่ายังมีกองทุน yen carry trade ขนาดใหญ่ๆ อีกหลายกองที่ยัง "ออกไม่ทัน" และกำลังประสบปัญหาทางการเงิน หากเงินเยนยังแข็งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องไปที่ 115-116 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ เราก็อาจเห็นกองทุนบางกองทุนประสบปัญหาล้มละลายได้และหากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ก็คงจะเร่งเรียกคืนสินเชื่อเพราะกลัวความเสี่ยง แต่การบังคับให้เขาคืนหนี้ก็จะยิ่งเป็นการลดสภาพคล่องและทำให้การขาดสภาพคล่องกระจายไปทั่วระบบ ซึ่งก็จะยิ่งกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง

สรุปได้ว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงไป 1-2 วันและเริ่มปรับขึ้นเล็กน้อยในวันต่อมานั้น ยังเป็นสภาวการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจควรรออีกสัก 2-3 สัปดาห์ให้แน่ใจว่าจะไม่มีกองทุนที่ล้มละลายเพราะ yen carry trade จึงจะกล้าลงทุนได้ ดังนั้นควรเฝ้าดูเงินเยนว่ามีเสถียรภาพหรือยัง หรือยังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเป็นเช่นนั้นความเสี่ยงของ yen carry trade ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ประเทศไทยนั้นอาจไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับประเทศอื่นๆ เพราะหุ้นของไทยราคาถูกอย่างต่อเนื่องมิได้ปรับตัวขึ้นเช่นหุ้นในตลาดอื่นๆ โดยสำหรับผมนั้นปัจจัยภายในประเทศโดยเฉพาะการเมืองอาจจะกระทบกับตลาดหุ้นไทยมากกว่า แต่หากต้องการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยก็จะต้องหันไปซื้อพันธบัตร แต่ทั้งนี้ราคาพันธบัตรต่างประเทศและพันธบัตรไทยก็ได้ปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมากแล้วโดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อ yen carry trade คือนักลงทุนญี่ปุ่นที่ลงทุนในต่างประเทศเป็นจำนวนมากเพราะผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) ในประเทศญี่ปุ่นต่ำ ดังนั้นหากนักลงทุนญี่ปุ่น เริ่มไม่มั่นใจการลงทุนในต่างประเทศและถอนทุนกลับ ก็จะส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นปลายมีนาคมจะเป็นเดือนที่มีการปิดบัญชีประจำปีของญี่ปุ่น จึงจะมีการนำเอากำไรจากการลงทุนในต่างประเทศกลับเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้นเงินเยนน่าจะแข็งค่าขึ้นเป็นพิเศษในเดือนมีนาคม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้กองทุนที่อาศัย yen carry trade ต้องลดพอร์ตการลงทุนและทำให้ราคาหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนได้อีกครับ

โดย ศุภวุฒิ สายเชื้อ, ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 8 มีนาคม 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3877

Categories: Economics & Finance
  1. YING
    16 March 2007 at 2:52 PM

    Recently,it becomes more and more difficult to leave a message on your space
    It’s so strang~
    From yesterday, I tryed to log in,but fell .Till this moment, I succeed
    HU~

  2. YING
    16 March 2007 at 3:51 PM

    Hi, NozIt’s difficult to leave a message on your space.I succeed the first time, and then ,fall& fall,no matter how hard I try.Strang~
     
    Postgraduate study is important to me ,in both my parents’ opinion.Whether in or abroad the country, I must get a master degree.Maybe it deffrent from place to place.As in China, undergraduates can hardly find a fine occupation, espacially as a female.
    On another hand, frankly, I don’t want to go into the society as a worker,at least, this year.I prefer to spend more time as a student(that’s what my parents want meto do)
    Hehe~You are right. In May.1 ,I will be 22 ! (Unbelievable~~)
    After JUN 2007,First, I will prepare for another exam (a exam for people who want to be a lawyer ,a judge etc.)Chinese students always prepare themselves for exmas after exams.That is reality ,coz Chinese has the biggest nummber of people.
    After that, I don’t have a clear plan.Maybe I will take the next year’s exam for postgraduateMaybe I will find a job and after a year or two,again take the year’s exam for postgraduate

  3. -------Benjamin--------
    11 July 2007 at 3:25 PM

    สวัสดีครับ ผมมาเยี่ยมแล้วบังเอิญมาเจอ บทความนี้แล้วเริมทำความเข้าใจกับ วิธี yen carry trade
     
    จากสเปซคุณ ขอบคุณมากนะครับ ถ้าหากคุณมีเรื่องอย่างนี้อีก จัดมาเลยนะครับ อยากเข้าใจกับมันมากหรือไปโพสที่สเปซผมก็ได้นะครับ
     
    ขอบคุณครับ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: