Home > Other > Helvetica

Helvetica

Helvetica

วันนี้มาแปลกครับ จะคุยกันถึงเรื่อง Fonts หรือตัวพิมพ์
ปกติมันเป็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา ที่เราอาจจะนึกไม่ถึงมัน
แต่ลองมองไปรอบๆตัวดูสิครับ ไม่ว่าจะในหนังสือ นิตยสาร ฉลากสินค้า ป้ายโฆษณา sms ตามทีวี
เหล่านี้เป็นภาษาที่สื่อออกมาจากตัวอักษร
ทั้งที่สื่อความหมายออกมาให้เราเข้าใจได้ตรงกัน
แต่กับมีความแตกต่างกันมากมาย

Fonts ทั่วๆไปที่เราเห็นอยู่นั้น ถ้าจะแบ่งแบบใหญ่ๆเลย ส่วนตัวผมแบ่งเป็นแค่ 3 ชนิด คือ

1 Serif typefaces ตัวอักษรที่มีหาง ex. The Times New Roman
2 Sans serif typefaces ตัวอักษรที่ไม่มีหาง ex. Tahoma, Arial, Verdana
3 Symbol typefaces เป็นพวกแปลกๆที่อาจเอาสัญลักษณ์อื่นๆมาดัดแปลง

ชนิดที่ผมชอบนั้น ก็เป็นแบบ Sans serif ซึ่งส่วนตัว รู้สึกถึงความเป็น minimalist ที่เป็น style การออกแบบที่ผมชื่นชอบ

ที่เกริ่นมาตั้งนาน
จะเข้าเรื่องว่า Fonts ในตำนาน Fonts หนึ่ง เป็นแบบ Sans serif typefaces
มีอายุครบ 50 ปี ไปเรียบร้อยแล้วครับ
ได้แก่ Helvetica (เฮลเวตติกา, เฮลเวตติก้า, เฮลเวอร์ติก้า) นั่นเอง

เรียกได้ว่าเป็น ต้นกำเนิดของ design ของ fonts หลายๆแบบในเวลาต่อมา
มีความเรียบ จริงจัง ขึงขัง หรือแม้กระทั่งความกลมกลืน อย่างคลาสสิก
ทุกๆคน คงเคยเห็นมันบ่อยๆ เพียงแต่ไม่รู้จัก เพราะมันเป็น fonts ที่ใช้กับ wordmarks ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายจำนวนมาก
เช่น 3M, American Airlines, Energizer batteries, Greyhound Lines, Jeep, Lufthansa, Marks & Spencer, Microsoft, Karlsberger, National Car Rental, Panasonic, and Target Corporation. รวมทั้งใน interface ของ iphone, ipods and Mac OS X
เรียกได้ว่า เป็น Fonts ในตำนานจริงๆ

เนื่องจาก มันไม่ใช่ Fonts ที่ใครๆเอามาใช้ได้ เพราะมีลิขสิทธิ์
ดังนั้นคนที่อยากได้ ต้องซื้อในราคาประมาณ 500-1000$ ต่อชุด
ซึ่ง Fonts ชุดนี้ มีขนาดตัวอักษรต่างๆถึง 50 กว่าแบบได้มั้ง แล้วแต่เวปไซต์ที่ขาย

และเพราะความเป็นตัวแทนของยุค Modern นี่เอง
ทำให้ Microsoft ได้ออก Fonts ในตระกูล Arial (อาเรีย) เพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Helvetica
ทั้ง 2 ชนิด มีจุดแตกต่างกันบางจุด แต่โดยรวมแล้ว ก็แทบจะคล้ายกัน
ก่อนที่ตอนหลังใน Windows Vista ทาง Microsoft จะใช้ Calibri แทน Arial

ส่วนตัวพิมพ์ไทยนั้น
ยุกแรกๆเมื่อหลายปีก่อน ก็มี มานพติก้า ที่ประดิษฐ์ออกมาให้เข้าคู่กับ Helvetica แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมมากนัก
จนช่วงหลังมี กิตติธาดา หรือเรียกว่า SMB Emporium ที่ได้รับความนิยมขึ้นมา
โดยเราจะเห็นกันได้จาก ตัวอักษรที่ใช้ในแบรนด์ Orage นั่นเอง
(ไม่รู้ว่าพอเปลี่ยนเป็น True Move แล้ว ยังใช้อยู่หรือไม่)
ซึ่งตอนที่ประดิษฐ์กิตติธาดานั้น ก็เพราะต้องการนำมาใช้เข้าคู่กับ Helvetica อีกเหมือนกัน

P.S. Helvetica Designer – Max Miedinger ชาวสวิตเซอร์แลนด์

Categories: Other
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: