Home > Economics & Finance > FED – Financial Tools 2007-2008

FED – Financial Tools 2007-2008

ลำดับมาตรการปลดชนวนวิกฤตของ ธนาคารกลางสหรัฐ

นับจากวิกฤตซับไพรมก่อตัวขึ้นในสหรัฐปี 2550 (2007) และส่งผลกระทบไปทั่ว กลายเป็นบททดสอบฝีมือของ เบน เบอร์นันเก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด – FED)

ต่อไปนี้คือ เครื่องมือต่างๆ (Financial Tools) ที่ถูกทยอยนำออกมาใช้ เพื่อป้องกันเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะไม่ให้เดินเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือ recession

เครื่องมือดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น

เฟดใช้เครื่องมือดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั่วข้ามคืน (federal fund rate) และอัตราส่วนลด (discount rate) เป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการบรรเทาปัญหาระบบการเงิน โดยนับจากการประชุมเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2550 จนถึงการประชุมวันที่ 30 ม.ค. 2551 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดได้ปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเทศลงแล้ว 2.25% และ 2.75% ตามลำดับ โดยช่วงเวลา ดังกล่าวมีการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมฉุกเฉิน นอกวาระการประชุม 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2551 (2008) ซึ่งครั้งนั้นเฟดดึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นครั้งเดียวถึง 0.75%

กลไกการเงินพิเศษ

1 กลไกประมูลชั่วคราว (temporary auction facility : TAF) มีการพัฒนากลไกใหม่ๆ ขึ้นมาช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในระบบ เสริมกับการอัดฉีดสภาพคล้องผ่านตลาดเปิด (open market) และช่องทาง (discount loan) โดยกลไกใหม่ที่สหรัฐนำมาใช้เรียกว่า กลไกประมูลชั่วคราว (temporary auction facility : TAF) โดยเริ่มใช้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมถึงปัจจุบันมีการประมูลไปแล้ว 6 ครั้ง วงเงินประมูลประมาณ 1.60 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศเพิ่มวงเงินของกลไกสำหรับเดือนมีนาคมเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ประกาศไว้ 6 หมื่นล้านดอลลาร์

2 กลไกตลาดเปิด (open market) และช่องทาง (discount loan) เฟดยังได้ร่วมมือกับธนาคารกลางของแคนาดา สหภาพยุโรป อังกฤษ และสวิตเซอร์แลนด์ อัดฉีดสภาพคล่องอีกกว่า 500 พันล้านดอลลาร์ในยุโรป จากนั้นเมื่อ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา เฟดประกาศอัดฉีดสภาพคล่องผ่านตลาดซื้อคืนพันธบัตร อีก 1 แสนล้านดอลลาร์

3 กลไก swap currency คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ประกาศเพิ่มวงเงินในกลไกธุรกรรม สวอปอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำกับธนาคารกลางแห่งยุโรป และธนาคารกลางสวิสเป็น 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 6 พันล้านดอลลาร์ตามลำดับ ขยายระยะเวลาของธุรกรรมประเภทนี้เป็นถึง 30 ก.ย.ปีนี้

4 กลไก term securities lending facility มาตรการก่อนๆ ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ปัญหาเงินตึงตัวลดลง ระบบการเงินมีสภาพคล่องมากขึ้น อย่างไรก็ตามแนวโน้มของวิกฤตสินเชื่อที่ยังไม่จบสิ้นง่ายๆ ส่งผลให้เฟดประกาศกลไกใหม่เมื่อ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกว่า กลไก term securities lending facility วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยเป็นการปล่อยกู้แก่สถาบันการเงินชั้นดีของประเทศ 20 ราย

(ข้อสังเกตของ ไทมส์ออนไลน์ ที่มองการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐและพันธมิตร อัดฉีดเม็ดเงินในสัปดาห์เดียวมากถึง 2.80 แสนล้านดอลลาร์ ว่าเป็นเสมือนสัญญาณที่ยืนยันชัดว่า มีสถาบันการเงินอย่างน้อย 1 แห่ง กำลังดิ้นรนเพื่ออยู่รอด

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในจังหวะที่ดาวโจนส์พุ่งขึ้นไปกว่า 400 จุดนั้น มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดในตลาดนิวยอร์กตลอดทั้งวันว่า แบร์ สเติร์นส์ กำลังตกที่นั่งลำบาก โดยต้นตอของข่าวมาจากบทวิเคราะห์ของ ดิ๊ก โบฟ นักวิเคราะห์จากพังค์ ซีเกล ซึ่งสะท้อนถึงโมเดลการดำเนินธุรกิจของวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่รายนี้ว่า กำลังสร้างปัญหาให้กับบริษัท

โดยเฉพาะข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่แบร์ สเติร์นส์ ผนวกเอาธุรกิจสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเข้ามาอยู่ในปีกอย่างเต็มตัว โดยจับทั้งการเป็นผู้ออกสินเชื่อที่อยู่อาศัยมือแรก ดูแลการแปลงสินทรัพย์เป็น หลักทรัพย์ (securitization) ให้บริการผลิตภัณฑ์การเงินประเภท structured finance ตลอดจนเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านั้นให้กับกองทุนในเครือ ดังนั้นเมื่อช่วงเวลาทำเงินก้อนโตผ่านพ้นไป นวัตกรรมการเงินเริ่มมีปัญหา รายได้งามก็ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง ที่สุดก็กระทบต่องบดุลของธนาคาร

เหตุนี้เอง นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์จึงเชื่อว่า ปฏิบัติการที่ได้รับเสียงเชียร์อย่างท่วมท้นของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้อง "ธนาคารอเมริกันรายหนึ่ง" ให้รอดพ้นจากการล้มละลาย

ยิ่งกว่านั้น นักวิเคราะห์เชื่อว่า มาตรการใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐจะได้ผลดีแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพราะตัวชี้วัดหลายตัวไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่กำลังรุนแรงขึ้นในหมู่กองทุน บริหารความเสี่ยง (hedge fund) ที่ถูกธนาคารเจ้าหนี้เรียกหลักประกันเพิ่ม หลังสินทรัพย์ค้ำประกันหนี้เริ่มมีมูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงตัวเลขยึดบ้าน และการผิดนัดชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยับขึ้นเรื่อยๆ

นอกเหนือจากนี้ นักวิเคราะห์มองเห็นจากมาตรการใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ พวกเขาตีความว่า การที่เบอร์นันเกเลือกที่จะเข้าไปจัดการปัญหาสินเชื่อโดยตรง เท่ากับเป็นสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นมากเท่ากับ ที่ตลาดการเงินคาดหวัง

ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน 18 มีนาคมนี้ ธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ยลงแค่ 0.50% ดึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั่วข้ามคืนมาอยู่ที่ 2.5%)

สาระสำคัญของกลไกใหม่คือเฟดจะรับซื้อตราสารหนี้ อันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินระดับ AAA โดยตรงจากสถาบันการเงินเป้าหมาย โดยชำระเป็นพันธบัตรรัฐบาลประเภทต่างๆ ปัจจุบันเฟดถือครองอยู่ 7.13 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีกำหนดระยะเวลาซื้อคืน 28 วัน

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3984 (3184)

Categories: Economics & Finance
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: