Home > News and politics > Taksin Inside

Taksin Inside

Taksin Inside ?

ใครๆอาจจะบอกว่า คุณทักษิณเก่ง
ที่ให้ Shin Corp ชินคอร์ปทำประกันค่าเงิน
ในช่วงก่อนวิกฤตค่าเงินบาท
แต่มันจะมีอะไรมากกว่านั้นหรือไม่
จะมีผลประโยชน์อื่นๆนอกจากนั้นอีกแค่ไหน

หรือคนอย่างคุณโภคิน พลกุล ไปทำอะไร
ในการประชุมเพื่อลดค่าเงิน ของรัฐบาลคุณชวลิต
แล้วการที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการประชุม มีผลประโยชน์ทับซ้อนมากน้อยแค่ไหน

ผมคิดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของจิ๊กซอร์ทั้งหมด


"โภคิน" บุคคลที่ 4 "ทักษิณ" อินไซด์ ?

11 ปีหลังลอยตัวค่าเงินบาทในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ปริศนาที่ไม่เคยหายไปก็คือ จริงหรือที่มี "บุคคลที่ 4" นั่งอยู่ในที่ประชุมลับ และโทรศัพท์ไปบอก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้รู้ล่วงหน้า จนเป็นที่มาของความร่ำรวย 4,000-5,000 ล้าน

เมื่อไม่นานมานี้ ปริศนาดังกล่าวได้รับการเปิดเผยแล้ว หลังจากศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายโภคิน พลกุล ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และสื่อมวลชนรวม 17 ราย ในข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย 2,500 ล้าน (คดีแดงที่ 5730/2550)

ศาลฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2540 และวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) และ นาย เริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ผู้ว่าการ ธปท.) ในขณะนั้น ร่วมปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท

ตอนหนึ่งของคำพิพากษาศาลฎีการะบุว่า ได้ความจากนายเริงชัย (พยานโจทก์) เองว่า ในวันที่ 29 มิถุนายน 2540 พยานกับนายทนง รมว.คลัง ได้เข้าพบ พล.อ.ชวลิต ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อที่จะปรึกษาหารือเกี่ยวกับการลดค่าเงินบาท โจทก์ซึ่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ด้วย
 
นายทนงพูดขึ้นว่า ที่มาพบก็เนื่องจากจะปรึกษาหารือเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการลดค่าเงินบาท พยานจึงพูดขึ้นว่า เรื่องนี้จะนำมาพูดในขณะนี้สมควรหรือไม่ เนื่องจากมีโจทก์อยู่ด้วย นายกรัฐมนตรีก็พูดขึ้นว่า ไม่เป็นไรให้โจทก์อยู่ด้วยได้ และรับทราบได้

นายทนงจึงรายงานผลสรุปของคณะกรรมการที่ได้เสนอต่อพยาน โดยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัว

นอกจากนั้น นายทนงยังบอกอีกว่า มีบางตอนที่นายกรัฐมนตรีถามที่ประชุมว่า หากประชาชนมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนจะให้ตอบอย่างไร นายเริงชัยได้ให้คำแนะนำว่า ให้นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่ายังไม่มีการดำเนินการอย่างไร

ต่อมาในวันที่ 26 กันยายน 2540 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำข้อมูลไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกชวลิตยงใจยุทธ ตอนหนึ่งว่า

"ผมสงสัยว่านายโภคินไปนั่งอยู่ทำไมในเวลานั้น เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ รมว.คลังตัดสินใจ ผู้ว่าการ ธปท.ร่วมกันตัดสินใจเท่านั้น แต่เรื่องนี้แม้ พล.อ.ชวลิตจะมาพูดกับคนทั้งชาติว่ารู้กัน 3 คน แต่ที่จริงรู้กัน 4 คน นายโภคินนั่งอยู่ด้วยตลอดในเวลา 1 ชั่วโมง ที่หารือกันเรื่องนี้"

บัดนี้ข้อเท็จจริงยังเป็นที่ยุติแล้วว่า มีบุคคลที่ 4 อยู่จริง ในวันลดค่าเงินบาท

ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณก็เคยยอมรับว่า รู้การลดค่าเงินบาทล่วงหน้า ปรากฏจากบันทึกคำอภิปรายของ พ.ต.ท.ทักษิณ รองนายกฯในครั้งนั้น ซึ่งลุกขึ้นชี้แจงข้อกล่าวหาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ดังนี้

"เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม (2540) กลางคืนวันนั้น บังเอิญผมทานข้าวกับผู้ใหญ่ที่ผมนับถือร่วมกับนักหนังสือพิมพ์อาวุโสคนหนึ่ง ประมาณ 4 ทุ่ม มีคนโทร.มาบอกผมว่า ได้มีการพบปะกันอย่างซีเรียสมากที่ทำเนียบ มีคน 4 คน คือ นายกฯ (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ), นายเริงชัย มะระกานนท์ (ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยขณะนั้น), นายทนง พิทยะ และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ (รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) เพราะผมรู้ว่า นายชัยวัฒน์เป็นผู้จัดการกองทุนรักษาระดับ"

"ผมเลยเดาแล้วยังบอกกับผู้ใหญ่คนนั้นกับนัก น.ส.พ.อาวุโสว่า สงสัยจะมีการลดค่าเงินบาทแน่ เพราะถ้ามีผู้จัดการทุนรักษาระดับเข้าไปร่วมด้วยในการพิจารณาซีเรียสอย่างนั้น ผมเดาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือคือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ครับ ผมอยู่กับท่านวันที่ 1 กรกฎาคม ตอน 4 ทุ่ม"

นี่คือความจริงอีกด้านที่กลุ่มคนรักทักษิณ ไม่เคยใช้สติปัญญาไตร่ตรอง

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3990 (3190)

Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: