Home > Other > เงิน แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

เงิน แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

เงิน แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
(ละครไทยกับค่านิยมในสังคม)

วันนี้ได้อ่านบทความเกี่ยวกับละครไทย
ต้องยอมรับว่า ผมแทบไม่เคยดูละครไทยเลย ยกเว้นตอนเด็กๆมากๆ
ซึ่งสมัยนั้น คอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มี เครื่องเกมส์คอนโซลก็แพงมาก
เทปวีดีโอก็มีไม่หลากหลาย ทำให้ทีวีเป็นทางเลือกที่ถูกที่สุด

จนกระทั่งปัจจุบัน ทั้งที่สื่ออื่นๆมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
แต่ละครไทยก็ยังไม่ตาย โดยเฉพาะที่เรียกกันว่าละครน้ำเน่า
หลายๆเรื่อง สร้างซ้ำไปซ้ำมา ตั้งแต่เด็กผมเคยได้ยินชื่อละครนี้ โตมา ก็ได้ยินอีก

ผมคิดว่าหนึ่งในสิ่งที่แสดงถึงค่านิยมของคนไทยได้ดี คือ ละครทีวีน้ำเน่า ทั้งหลายนั่นเอง
ในนั้นเต็มไปด้วย ทัศนคติ อุดมคติ ค่านิยมต่างๆของสังคม ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามที

ทุกคนอยากเกิดมาบนกองเงินกองทอง ร่ำรวย ไม่ต้องทำงานมากมายนัก อย่างตัวเอกในละคร
ถ้าเป็นพระเอก ก็มีสิทธิข่มขืนนางเอกได้ เรียกง่ายๆว่า ถ้าหล่อรวย การทำเรื่องพวกนี้ ไม่มีความผิด

จริงๆผมไม่ได้อยากจะโยงไปการเมือง
แต่ละครไทย สะท้อนให้เห็นถึง ค่านิยมทางการเมืองได้อีก
ลองคิดดูว่า พระเอกที่ข่มขืนนางเอกทั้งหลายแล้วไม่ผิด แถมผู้ชมยังชอบและเชียร์นั้น
ล้วนมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน นั่นคือ เงิน
และบางคน จะมีอำนาจเข้ามาเพิ่มเติมอีก เป็นลูกคนใหญ่คนโตมีหน้าตาในสังคม
ใครมีเงิน มีอำนาจ ทำอะไรก็ถูกไปหมดในสังคม อย่างนี้คือค่านิยมที่อยากให้ปลูกฝังลงในเยาวชนหรือ !?

คนส่วนใหญ่ ชอบคาดหวังให้เยาวชน คิดแบบนู้นแบบนี้ มีค่านิยมแบบนู้นแบบนี้ คาดหวังต่างๆนาๆ
แต่คนส่วนใหญ่นี่แหละ สนับสนุนในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังในเยาวชน
ตั้งแต่ ผู้ผลิต ผู้โฆษณา สปอนเซอร์ ผู้ชม ทุกคนต้องรับผิดชอบหมด

อย่าคาดหวังว่าอะไรจะดีขึ้น ถ้าไม่เริ่มที่ตัวเองก่อน


บางส่วนที่ อ นิธิ พูดถึง ตัดตอนจากในประชาชาติธุรกิจมา

ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระจากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกล่าวว่า ผมคิดว่าการรีเมกละคร เป็นการตอกย้ำเงิน อย่างสวรรค์เบี่ยง ผมก็ไม่ได้ดูทุกตอน (นะ) แต่ก็มานึกในใจว่า ถ้าคนที่จับนางเอกไปขังแล้วข่มขืน เป็นแรงงานก่อสร้าง คนดูจะอึดอัดมั้ย

ดังนั้นมันก็ต้องเป็นพระเอก และเป็นลูกคนรวย ผมคิดว่าละครเหล่านี้ตอกย้ำสิ่งที่เรายึดถือมาเป็นเวลานาน อาจจะตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ (ธนะรัชต์) เลยก็ได้คือ เงิน แก้ปัญหาทุกอย่าง

แม้โครงสร้างสังคมในปัจจุบันจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ผมคิดว่ามันจะยิ่งกว่าเก่าอีก ในเรื่องการให้ความสำคัญกับเงิน (นะ) เดี๋ยวนี้เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เลย

อย่างไม่นานมานี้ คนมาคุยกับผม เขาทำงานเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมทางเพศของเด็กวัยรุ่น เขาบอกว่าเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเล่าให้เขาฟังว่า เด็กคนนี้นั่งดูจำเลยรัก แล้วก็ดูฉาก ประเภทตบจูบๆ แล้วเด็กก็บอกว่า พ่อแม่เขาก็ดู เขาก็ดู พ่อแม่ก็ลุ้นก็เชียร์กันใหญ่ว่า ตบเลย จูบเลย เด็กก็นั่งอยู่

แต่พอเวลาลูกจะออกไปกับแฟน แม่ไม่ยอม ไม่อยากให้ออกไปกับผู้ชายตอนกลางคืน แต่ในขณะที่ดูทีวี พ่อแม่ก็ลุ้นให้ตบจูบอยู่ตลอดเวลา…มันสวนทางกัน (ว่ะ)

ผมถามว่าถ้าผู้ชายที่ลูกสาวคุณออกไปด้วยเป็นโอ๊ค (พานทองแท้ ชินวัตร) คุณจะว่าไง ถามว่าถ้าพานทองแท้มาจีบลูกสาวเรา เราจะห่วงเท่ากับที่ไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้มาจีบลูกเรา

คือละคร จริงๆ เขาก็ทำตามนวนิยายนั่นแหละนะ แต่ผมก็ไม่ค่อยอ่านหนอกนะ ไม่รู้จักคนเขียนด้วย แต่ผมนึกในใจว่า คนเขียนเป็นผู้หญิงผู้ชาย สมมติเป็นผู้หญิงที่ยังไม่โดนข่มขืน แต่ขอโทษเถอะ คุณเป็น นักเขียน แล้วอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการข่มขืน คุณไม่แคร์พอจะไปคุยกับผู้หญิงที่เขาถูกดข่มขืนบ้างหรือ

เคยลองไปคุยกับเขาบ้างหรือเปล่า ว่าเขาเจ็บปวดขนาดไหน แล้วคุณไปเป็นเมียคนที่ข่มขืนคุณเหรอ จะมีเหรอ คือคุณเขียนเรื่องการข่มขืนโดยที่คุณไม่ได้สนใจว่า นี่เป็นประสบการณ์จริงของมนุษย์ ถามว่าคุณทำได้ยังไง เขียนได้ยังไง คุณไม่คิดที่จะไปคุยกับคนที่เจ็บปวดเหล่านี้หรือ

Categories: Other
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: