Home > Other > ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1

ราษฎรทั้งหลาย

เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามหวังที่คิดไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษฐกิจและความฝืดเคืองทำมาหากิน ซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิได้ปกครองประเทศ เพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ใช้ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอม ให้ทำนาบนหลังคน

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง ! บ้านเมืองกำลังอัตคัตฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำจึงจะสมควรที่ สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินมีเท่าไหรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจ ลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้าน มาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฏหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า

1 จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง การศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
2 จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
3 ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
4 จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร เช่นที่เป็นอยู่)
5 จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
6 จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันคงจะอยู่ชั่วดินฟ้านี้ ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือ กฎหมายพึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริย์” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า

คณะราษฎร
24 มิถุนายน 2475


พรุ่งนี้ (24 มิถุนายน) เป็นหนึ่งในวันสำคัญของประวัติศาสตร์ประเทศไทย
แต่มีไม่กี่คนที่ให้ความสำคัญ ไม่กี่คนที่จำและระลึกได้ว่าคือวันอะไร
กรุงเทพมหานครมีการปิดถนน แต่ไม่ใช่เพื่อขบวนรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ แต่เป็นของสมาคมหนึ่ง
สำหรับประเทศไทย บางเรื่องที่ไม่น่าจะสำคัญ ก็ทำให้เป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นมา
แต่บางเรื่องที่โดยสากล เป็นเรื่องสำคัญ กลับไม่ให้ความสำคัญ

Categories: Other
  1. ด้วยความคิดถึงมีช่อง
    23 June 2008 at 2:48 PM

    http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=68297ภาพ Portrait โทนสีน้ำตาลของชายในชุดกิโมโนที่ปรากฏอยู่บนธนบัตรฉบับ 10,000 เยนนั้น หาใช่พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นองค์ใดไม่

  2. ด้วยความคิดถึงมีช่อง
    23 June 2008 at 5:03 PM

    หากเมื่อเพ่งมองด้านล่างทางขวาของธนบัตรจะพบชื่อบุคคลเจ้าของภาพที่เขียนกำกับไว้ด้วยอักษรคันจิขนาดเล็ก 4 ตัว ซึ่งอ่านได้ว่า "Fukuzawa Yukichi"

    เมื่อปลายปี 2004 รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจประกาศใช้ธนบัตรใหม่เพื่อลดปัญหาธนบัตรปลอม ที่พิมพ์ด้วยเทคนิคขั้นสูงในระดับใกล้เคียงกับที่โรงพิมพ์ธนบัตรของรัฐ ซึ่งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติรุ่นเก่าไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างจากธนบัตรฉบับจริงได้* การเปลี่ยนแปลงบนธนบัตรใหม่นั้น ไม่เพียงแต่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ล้ำสมัยที่ออกแบบอย่างประณีตเพื่อให้ยากต่อการปลอมแปลง หากยังเปลี่ยนรูปบุคคลบนธนบัตรฉบับ 1,000 และ 5,000 เยน แต่คงภาพของ Yukichi Fukuzawa บนธนบัตร 10,000 เยนเอาไว้**
    เป็นตรรกะที่บ่งแสดงสำนึกในคุณูปการอเนกอนันต์ที่ Fukuzawa อุทิศตนปลูกฝังรากฐานสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้ญี่ปุ่นก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วหนึ่งเดียวในเอเชีย แม้ว่าบทบาทอันโดดเด่นของ Fukuzawa ที่อุทิศตนบนแรงเสียดทานในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจะมีส่วนผลักดันนำญี่ปุ่นรอดพ้นการล่าอาณานิคมในเอเชีย เช่นเดียวกับประเทศไทยก็ตามที หากแต่ความทันสมัยที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อราวศตวรรษครึ่งที่ผ่านมานั้นได้รับการสานต่อจนญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่ไม่ได้มีมาตรวัดจากระดับความเจริญของเทคโนโลยี ตึกอาคารใหญ่โตหรือขนาดเศรษฐกิจอันดับสองของโลกเพียงเท่านั้นแต่มีทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวคือ "ประชาชน" ในระดับรากหญ้าที่ตอบรับและปฏิบัติให้เกิดผลตามแนวคิดของ Yukichi Fukuzawa ในบรรดาหนังสือหลายเล่มที่เขาเขียนไว้ภายหลังเข้าสู่สมัยปฏิรูปเมจิ (ค.ศ.1868-1912) แล้วนั้นหนังสือชุดชื่อ "Gakumon no Susume (The Encouragement of Learning)" ซึ่งเขียนและตีพิมพ์ต่อเนื่องระหว่างปี 1872-1876 มีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงทัศนคติเรื่องการศึกษาของคนญี่ปุ่นทั้งระดับรัฐบาลและระดับรากหญ้า โดยเฉพาะประโยคเริ่มต้นที่เขียนไว้อย่างน่าติดตามว่า "มีการกล่าวไว้ว่าสวรรค์ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้ใครก็ตามยืนอยู่สูงหรือต่ำกว่าคนอื่น ความแตกต่างใดๆ ระหว่างความฉลาดและความเขลา ระหว่างความจนและความรวยที่มีอยู่นั้นไม่สำคัญเท่ากับการศึกษา"
     
    คณะราษฎรหาได้สร้างรากฐานแท้ๆ เช่น Fukuzawa ทำ  ผลจึงปรากฏเป็นค่าอันควรแก่การรำลึก อย่างที่เห็นในปัจจุบันทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัย … สัจธรรมนี้ไม่มีเรรวน เพียงแต่ว่าคนผู้เข้าไปรับรู้เหตุ เกิดเรรวนใน perception ตนเอง
    เอกสารประวัติศาสตร์ เพื่อความสำนึกถนอมรักษ์ชาติ อันกว่าจะได้มาเป็นวันนี้
     
    ความในพระทัยรัชกาลที่๗ กรณีปฏิวัติ ๒๔๗๕ http://www.moomkafae.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=186196&Ntype=5

  3. NOZ
    4 July 2008 at 2:09 AM

    24 มิถุนา เคยเป็นและเลิกเป็นวันชาติได้อย่างไร?
    วันชาติของประเทศไทย เดิมคือวันที่ 24 มิถุนายน อันเป็นวันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทยจากระบอบราชาธิปไต ยมาเป็นประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ. 2475 ทั้งนี้ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 ในรัฐบาล พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา วันที่ 24 มิถุนายน จึงเป็นวันชาติของไทยนับแต่นั้นมากระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2503 ในรัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีประกาศยกเลิกวันชาติ 24 มิถุนายน ดังกล่าว แล้วกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็น "วันชาติ" ตามวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช โดยปัจจุบันวันชาติของไทยมีนัยแห่งการเฉลิมฉลองไปในทางเทิดพระเกียรติพระ มหากษัตริย์ มากกว่าการแสดงออกในทางการเมืองถึงสถาบันชาติ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: