Home > News and politics > 6 มาตรการลดค่าครองชีพ

6 มาตรการลดค่าครองชีพ

6 มาตรการลดค่าครองชีพ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแถลง "6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน" โดยมี น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกันแถลงข่าว วานนี้ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศ 5 เดือนครึ่ง โดยรัฐบาลได้คิดแก้ไขปัญหาของประเทศอยู่เสมอ คณะรัฐมนตรีทุกคนได้ทำหน้าที่ร่วมกันทำงานทุกคน และในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่รัฐบาลทำงานมาจะครบ 6 เดือน จึงได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากเป็นตัวกำหนดสถานการณ์เศรษฐกิจของบ้านเมือง

1 ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ โดยการเพิ่มส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์

ประโยชน์ : จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงด้วยการยอมลดภาษีใช้เวลา 6 เดือนในระหว่างตั้งตัวก่อนที่งานใหญ่เมกะโปรเจคจะเกิด เพื่อลดราคาน้ำมัน โดยจะมีการกำหนดวันเวลาให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการตรวจสอบโดยข้าราชการประจำต้องเห็นด้วยทั้งหมด

1.1 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E10 E20 และ E85 ลดภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ แก๊สโซฮอล์ 95 ลง 3.30 บาทต่อลิตร เหลือ 0.0165 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีช่วงห่างของราคาจำหน่ายต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน 91 และน้ำมันเบนซิน 95 มากขึ้น

1.2 น้ำมันดีเซล ลดภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บน้ำมันดีเซลลง 2.30 บาทต่อลิตรเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร และลดภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากน้ำมันไบโอดีเซล (Biodiesel : B5 ) ลง 2.19 บาทต่อลิตร เหลือ 0.0048 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนของภาคการขนส่งในระยะสั้น และช่วยให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานทางเลือก (NGV)

ผลกระทบ : สูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิต 29,000 ล้านบาท

ผู้รับผิดชอบ : กระทรวงการคลัง/พลังงาน

2 ชะลอการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ในภาคครัวเรือน

ประโยชน์ : เพื่อลดแรงกดดันค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน และเพื่อรักษาสภาพของครัวเรือนซึ่งใช้เป็นมาตรฐาน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มระยะเวลาในการปรับตัวด้านราคาของก๊าซหุงต้มแก่ประชาชน

ผู้รับผิดชอบ : กระทรวงพลังงาน

3 ลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาของครัวเรือน

โดยภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายการใช้น้ำ สำหรับผู้ใช้น้ำประเภทที่อยู่อาศัย ที่มีปริมาณการใช้น้ำในช่วง 0 – 50 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นปริมาณการใช้เพื่อตอบสนองความจำเป็นพื้นฐาน โดยจะครอบคลุมผู้ใช้น้ำทั้งประเทศ ประมาณ 3.2 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้น้ำที่อยู่ในเขตนครหลวง ประมาณ 1.2 ล้านราย และ เขตภูมิภาคประมาณ 2 ล้านราย

ประโยชน์ : ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ใช้น้ำประปาอย่างประหยัด สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำประปาเฉลี่ยต่อรายต่อเดือนประมาณ 213 และ 176 บาท ในเขตนครหลวงและภูมิภาค ตามลำดับ

ผลกระทบ : รายได้ของ กปภ. ประมาณ 2,400 ล้านบาท และ กปน. ประมาณ 1,530 ล้านบาท โดยให้ กปน. หักค่าใช้จ่ายจากรายได้นำส่งรัฐตามผลการดำเนินงานในปี 2551 สำหรับ กปภ. เห็นควรจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้เป็นกรอบค่าใช้จ่ายไว้ ในกรณีที่รายได้นำส่งรัฐตามผลการดำเนินงานในปี 2551 ไม่เพียงพอ

หน่วยงานรับผิดชอบ : กระทรวงมหาดไทย (กปน. กปภ.)

4 ลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือน

วัตถุประสงค์ : เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อย

สาระสำคัญ : สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ภาครัฐจะลดภาระค่าใช้จ่าย 2 กรณี คือ 1) หากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 80 หน่วยต่อเดือน ภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และ 2) กรณีใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 80 หน่วยต่อเดือน แต่ไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่งของค่าไฟฟ้าทั้งหมด

ประโยชน์ : ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ประมาณ 9.85 ล้านราย แยกเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในเขตนครหลวง ประมาณ 0.41 ล้านราย และเขตภูมิภาค ประมาณ 9.44 ล้านราย ซึ่งจะสามารถลดค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนเฉลี่ย 120-200 บาทต่อครัวเรือน

ผลกระทบ : รายได้จากการให้บริการของ กฟน. และ กฟภ. ลดลงประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการในปี 2551 ของรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง จึงควรให้ กฟผ. ลดราคาค่าไฟฟ้าในส่วนที่จำหน่ายให้แก่ กฟน. และ กฟภ. และให้ กฟผ.หักจากรายได้นำส่งรัฐจากผลการดำเนินงานในปี 2551/2552 แทน

หน่วยงานรับผิดชอบ : กระทรวงพลังงาน/กระทรวงมหาดไทย (กฟผ. กฟน. กฟภ.)

5 ลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจำทาง

วัตถุประสงค์ : เพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชน ผู้มีรายได้น้อยที่เดินทางด้วยรถประจำทาง โดยจะจัดรถโดยสารประจำทางธรรมดาของ ขสมก. จำนวน 800 คัน ใน 73 เส้นทาง ให้บริการในเขตกทม. และปริมณฑลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีการปล่อยรถเมล์ที่วิ่งบริการฟรีสลับกับรถเมล์ที่เก็บเงิน โดยจะมีการติดป้ายบอกไว้ให้ประชาชนทราบ

ประโยชน์ : ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนผู้มีรายได้น้อย

ผลกระทบ : ภาครัฐจัดสรรงบกลางชดเชย (รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น) รายได้ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ประมาณ 1,244 ล้านบาท

หน่วยงานรับผิดชอบ : กระทรวงคมนาคม (ขสมก.)

6 ลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟชั้น 3

วัตถุประสงค์ : เพื่อค่าใช้จ่ายการเดินของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เดินทางด้วยรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม(กรณีรถไฟที่เก็บค่าธรรมเนียม เช่น รถเร็ว รถด่วน ไม่เข้าหลักเกณฑ์)

สาระสำคัญ : ให้ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 16 ล้านคน (6 เดือน)

ประโยชน์ : ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนผู้มีรายได้น้อย

ผลกระทบ : รายได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ลดลงประมาณ 250 ล้านบาท โดยภาครัฐจัดสรรงบกลางชดเชย (รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น)

หน่วยงานรับผิดชอบ : กระทรวงคมนาคม (ร.ฟ.ท.)

มาตรการทั้งหมดจะใช้เวลา 6 เดือน เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้แก่ประชาชน เริ่มต้นไม่เกินวันที่ 1 สิงหาคม 2551 และสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2552 ยกเว้นมาตรการด้านพลังงาน ปรับลดภาษีน้ำมัน ที่จะเริ่มใช้ 25 กรกฎาคม 2551

From : http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/16/news_26839281.php?news_id=26839281

Categories: News and politics
  1. aboutwarehouse
    31 December 2010 at 3:16 PM

    ถ้าลดราคาสินค้าพวกนี้ได้ก็เยี่ยมสุดไปเลยหล่ะครับ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: