Home > News and politics > Abhisit Vejjajiva lies about case of Chotisak?

Abhisit Vejjajiva lies about case of Chotisak?

Open letter
Exposing the big fat liar Abhisit Vejjajiva
In the case of saying that Chotisak’case was dropped

According to the statement that Abhisit Vejjajiva addressed in the public speech in the topic ‘The management to the challenge of democracy development’ at Oxford University on 14 March 2009, at the last part of the speech, Mr. Abhisit answered a question asked by Giles Ungpakorn, saying that ‘If not, of course the charge would be dropped. Just like the case of Chotsak you have mentioned has already been dropped.’ (see the attach files 01 or watch the video at http://www.youtube.com/watch?v=V-fsOdpVFsw&feature=related )

But in fact, Chotisak and his friend’s case is still in the state attorney’s process. Chotisak and friend must present themself to the court on 30 of March 2009 to listen to the prosecutor order (if the prosecutor will press charge or not) (also see the attach document 02) Moreover, after inquiring for more accurate information about the case via telephone on 17 March 2009, it is found that the prosecutor who is looking after this case incited that, the case is still in the process of investigating for more evidence. It was never dropped or revoked as Mr. Abhisit has claimed on the mentioned speech.

The truth shall triumph over lies.
Chotisak Onsoong
17 March 2009


จดหมายเปิดผนึก
จับโกหกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
กรณีที่กล่าวว่าคดีของนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงได้ยุติไปแล้ว

ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปกล่าวปาฐกถา หัวข้อ ‘การจัดการความท้าทายในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย’ ที่ St. Johns College มหาวิทยาลัย Oxford ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงท้ายของการปาฐกถานายอภิสิทธิ์ได้ตอบคำถามของนายใจลส์ อึ๊งภากรณ์ ความตอนหนึ่งว่า ‘If not, of course the charge would be dropped. Just like the case of Chotsak you have mentioned has already been dropped.’ ซึ่งสามารถถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า ‘แน่นอนว่าถ้าคุณไม่ได้ทำ คดีก็ย่อมที่จะตกไป เช่นเดียวกับคดีของโชติศักดิ์ที่คุณกล่าวถึงก่อนหน้านั้นก็ถูกถอนฟ้องไปแล้ว’ (ดูเอกสารแนบ 01 หรือดูบันทึกภาพและเสียงการปาฐกถาส่วนได้กล่าวได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=V-fsOdpVFsw&feature=related )

ในความเป็นจริงแล้วขณะนี้คดีของนายโชติศักดิ์และเพื่อนยังอยู่ในชั้นอัยการ โดยนายโชติศักดิ์และเพื่อนจะต้องไปฟังคำสั่งอัยการ (ว่าเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่) ในวันที่ 30 มีนาคม ที่จะถึงนี้ (ดูเอกสารแนบ 02) อีกทั้งจากการโทรศัพท์ไปสอบถามอัยการเจ้าของสำนวนเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้ทราบว่าคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้ถูกยกเลิกหรือยุติลงอย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ความจริงจะมีชัยชนะเหนือความลวงในที่สุด
โชติศักดิ์ อ่อนสูง
17 มีนาคม 2552


เอกสารแนบ 01
ถอดความการปาฐกถาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ที่ St. John’s College มหาวิทยาลัย Oxford ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2552

… ผมขอตอบคำถามของคุณ(หมายถึงนายใจลส์ อึ๊งภากรณ์) ดังต่อไปนี้ ประการแรกคือ คุณต้องนำเสนอความเป็นจริงที่ถูกต้อง ผู้คนจำนวนหนึ่งถูกจับกุมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กฎหมายนี้ถูกนำมาใช้กับผู้คนมากมายตั้งแต่ในสมัยทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้อง อย่างเช่นในกรณีของจักรภพ  ซึ่งถูกดำเนินคดีในสมัย รัฐบาลก่อนหน้านี้ ไม่ใช่โดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน เราต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ในสมัยที่ทักษิณเป็นนายกฯ เขาก็พยายามดำเนินคดีผมด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน แต่ตำรวจถอนฟ้องเพราะผมไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เรื่องของเรื่องคือถ้าคุณต้องการอยู่ในระบอบประชาธิปไตย คุณต้องเคารพกฎหมาย แล้วผมก็เชื่อว่าที่คุณถูกดำเนินคดีไม่ใช่เพราะการที่คุณวิจารณ์การกระทำรัฐ ประหาร แต่เป็นเพราะการที่คุณกล่าวหาว่าราชวงศ์ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำ รัฐประหาร ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องพิสูจน์ข้อกล่าวหานั้น (ใจลส์แทรก: คุณ สามารถบอกเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่านั้นได้หรือเปล่า) ผมยังไม่ได้เห็นรายละเอียดแต่ว่าผมได้อ่านหนังสือที่คุณเขียนแล้ว แล้วก็มีคนบอกผมว่าคุณเจาะจงกล่าวหาราชวงศ์ (นาทีที่ 1.38) แน่นอนว่าถ้าคุณไม่ได้ทำ คดีก็ย่อมที่จะตกไป เช่นเดียวกับคดีของโชติศักดิ์ที่คุณกล่าวถึงก่อนหน้านั้นก็ถูกถอนฟ้องไปแล้ว คุณต้องเจาะจงไปที่รายละเอียดข้อเท็จจริงเพื่อที่จะไม่สร้างความเข้าใจผิด

มาต่อที่ประเด็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในประเทศแถบยุโรปที่ปกครองระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญก็มีกฎหมายที่คล้าย คลึงกัน หากพิจารณาตัวกฎหมายแล้วไม่จำเป็นว่าต้องขัดต่อระบอบประชาธิปไตยเสมอไป กฎหมายถูกนำมาใช้เช่นเดียวกับการกล่าวหาสามัญชนทั่วไป หากคุณกล่าวหาบุคคลผู้นั้นจริงคุณก็ย่อมที่จะถูกฟ้องร้องและนำตัวมาขึ้นศาล ผมก็เคยถูกฟ้องร้องจนต้องขึ้นศาลโดยนักการเมืองบางคนมาแล้ว ผมโดนเรียกร้องค่าเสียหายนับหมื่นล้านบาทด้วยเหตุที่ผมวิจารณ์รัฐบาลชุด ต่างๆก่อนหน้านี้ ดังนั้นจะว่าไปแล้วกฎหมายนี้ก็มีหน้าที่ปกป้องราชวงศ์ เช่นเดียวกับที่ถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องสามัญชนทั่วไป แต่ข้อแตกต่างคือราชวงศ์เป็นสถาบันที่เป็นกลาง ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดและอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง ถือเป็นสถาบันที่ได้รับความเคารพนับถือจากประชาชนชาวไทย และเป็นหัวใจหลักของความมั่นคงของชาติ ดังนั้นกฎหมายหมิ่นฯจึงมีขึ้นเพื่อไม่ต้องการให้ราชวงศ์ต้องเป็นผู้ฟ้อง ประชาชนของตนเอง ดังนั้นในหลักกฎหมายอาญาจึงระบุว่าหากมีการกล่าวหาล่วงเกินราชวงศ์ บุคคลนั้นต้องถูกฟ้องร้องและนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย …

… (1.30) I have not seen the details, but I have read your book. And I have been told that you made specific allegations against the monarchy. If not, of course the charge would be dropped. Just like the case of Chotsak you have mentioned has already been dropped. So you have to be specific on the fact to get the detail so that you don’t create misunderstanding.

ที่มา:
นายกฯ อภิสิทธิ์ตอบใจ PM Abhisit answered JI
http://www.youtube.com/watch?v=V-fsOdpVFsw&feature=related
นายกรัฐมนตรีตอบคำถาม ใจ อึ๊งภากรณ์ ที่อังกฤษ
http://thainetizen.org/node/473


ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ ดูได้ที่
http://img25.imageshack.us/img25/4543/z12121.jpg

Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: