Home > News and politics > เหตุผลในการชำระกฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เหตุผลในการชำระกฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เหตุผลในการชำระกฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

โดย สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

แม้วัตถุประสงค์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (หรือที่รู้จักกันทั่วไปในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) จะต้องการปกป้องและคุ้มครองประมุขของรัฐจากการถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยความเท็จ แต่ในสังคมการเมืองไทยได้มีการนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาใช้ห้ำหั่นและ เพื่อประโยชน์ส่วนตนกันอย่างพร่ำเพรื่อ

ดังจะเห็นได้จากข่าวคราวที่ ปรากฏขึ้นเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ความขัดแย้งทางการเมืองได้มีความรุนแรง ขึ้น นับจาก พ.ศ.2548 เป็นต้นมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบุคคลจำนวนหนึ่งได้กระทำการที่เข้าข่ายเป็นความผิด แต่ก็มีบุคคลจำนวนมากซึ่งตกเป็นเหยื่อของการใช้กฎหมายนี้

มีเหตุผลอย่างน้อย 4 ประการที่ทำให้ต้องมีการ "ชำระ" เพื่อไม่ให้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งกันได้โดยง่ายดาย

ประการแรก การกระทำความผิดในฐานนี้ได้ถูกบัญญัติให้เป็นความผิดต่อแผ่นดิน ดังนั้นบุคคลใดก็สามารถที่จะริเริ่มคดีได้ด้วยการไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจว่าตนได้พบเห็นว่ามีการกระทำอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกิดขึ้น พร้อมกับหลักฐานบางประการ เช่น ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์บางคำ

ในทางปฏิบัติจริง หากมีประชาชนผู้หวังดีหรืออ้างว่าจงรักภักดีมาแจ้งความต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางผู้รับผิดชอบก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป แม้ในทางหลักทางกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณา ว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง

แต่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดที่กล้าสั่งไม่ฟ้องในคดีเหล่านี้บ้าง เพราะอาจต้องได้รับการกล่าวหาทั้งในแง่ของการฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง หรือในข้อหาที่รุนแรงกว่านั้น คือไม่เป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบัน

ประการที่สอง ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้กำหนดให้รวมถึงการกระทำอันเป็นการดู หมิ่น หมิ่นประมาท และการแสดงความอาฆาตมาดร้าย ในส่วนของการหมิ่นประมาทและการแสดงความอาฆาตมาดร้ายดูจะมีความหมายหรือขอบ เขตของการกระทำที่ค่อนข้างชัดเจนว่าการกระทำในลักษณะเช่นใดจึงจะถือว่าเข้า ข่ายความผิด

แต่ในส่วนของการกระทำที่เรียกว่าดูหมิ่นได้สร้างความ ยุ่งยากให้เกิดขึ้น เนื่องจากได้มีการอธิบายหรือตีความถ้อยคำให้มีความหมายครอบคลุมอย่างกว้าง ขวาง จึงทำให้การกระทำหลายอย่างถูกกล่าวหาว่าเข้าข่ายนี้ทั้งที่อาจเป็นเพียงการ กระทำที่ "ไม่เหมาะสม" เท่านั้น

เช่น การนำพระราชดำรัสไปตีพิมพ์เป็นสติ๊กเกอร์ การกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่ใช้คำราชาศัพท์ เป็นต้น

และนอกจากนี้ จะพบว่าการกระทำที่ถูกดำเนินคดีความผิดฐานนี้จำนวนมาก ล้วนเป็นการกระทำต่อสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ มากกว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดย ตรง เช่น ปฏิทิน เพลง ต้นไม้พระราชทาน เป็นต้น

ซึ่งก็ยิ่งมีผลทำให้ขอบข่ายของการกระทำที่เรียกว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขยายออกไปอย่างกว้างขวาง

ประการที่สาม กระบวนการยุติธรรมก็มีความลักลั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกระทำความผิดในฐานนี้ ดังจะเห็นได้ว่าหลายกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง

บางคนที่เป็นผู้มีอำนาจในทางการเมืองไม่ว่าอยู่ในฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านในหรือนอกสภา สามารถได้รับการประกันตัวอย่างง่ายดาย

ขณะที่สามัญชนแทบจะไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวออกมาเพื่อต่อสู้คดีอย่างเท่าเทียม แม้จะเกิดการเจ็บป่วยขึ้น

ทั้งที่หลักกฎหมายให้การยอมรับว่าบุคคลต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล และเมื่อยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ต้องได้รับสิทธิในการประกันตัวในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม หากจะไม่ได้รับการประกันตัวก็ต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียม มิใช่การอ้างว่าเป็นคดีสำคัญกระทบต่อเบื้องสูง จึงไม่ให้ประกันตัวกับประชาชนทั่วไป

แต่กับผู้มีอำนาจในทางการเมืองแล้วกลับไม่มีการกล่าวถึงข้ออ้างนี้แต่อย่างใด

ประการที่สี่ การกำหนดโทษที่รุนแรงของการกระทำความผิด ในเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายอาญาเดิม (พ.ศ.2499) ได้กำหนดโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานนี้ไว้ 7 ปี แต่ต่อมาได้ถูกแก้ไขให้ขยายเป็น 3-15 ปี โดยประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. 2519

การเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้นในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงเกิดขึ้นโดยไม่ได้ผ่านความเห็นชอบและการถกเถียงจากองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ ตามระบอบประชาธิปไตย หากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในยุคของเผด็จการทหารด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ ของผู้กุมอำนาจทางการเมืองเท่านั้น

แม้ในประเทศประชาธิปไตยบางแห่งจะยังคงมีกฎหมายในลักษณะเช่นนี้แต่ก็ไม่ปรากฏการกำหนดโทษที่รุนแรงเฉกเช่นกฎหมายของไทยได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ดูเหมือนว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้จะเบาบางลงจนแทบไม่ได้มีการดำเนินคดีในลักษณะนี้เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เหตุผลทั้ง 4 ประการที่กล่าวมานี้ เพื่อต้องการชี้ให้เห็นว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีความหละหลวม ซึ่งเปิดช่องให้เกิดการใช้กฎหมายในทางการเมือง เพื่อทำลายล้างฝ่ายที่มีความเห็นต่างในทางการเมืองไปจากตนเอง อีกทั้งเป็นการใช้เพื่อตอบสนองต่อประโยชน์ส่วนตัวเหนือสิ่งอื่นใด หากยังคงปล่อยให้มีการใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าวนี้อีกต่อไป ไม่เพียงแต่จะไม่เป็นการกระทำที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการปกป้องสถาบันเท่านั้น แต่หากจะมีความหมายไปในทางตรงกันข้ามมากกว่า

การแสดงท่าทีอย่างขึงขัง ห้ามแตะกฎหมายนี้ด้วยการอ้างความจงรักภักดี หากไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ก็คงต้องเป็นเพราะความเขลาอย่างที่สุด

จึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายนี้เกิดขึ้น ความเห็นหลายประการที่ถูกเสนอไม่ว่าการให้มีองค์กรที่ชัดเจนในการทำหน้าที่ เป็นผู้ริเริ่มคดี การเปลี่ยนแปลงโทษของกฎหมาย การปรับกฎหมายเพื่อให้มีขอบเขตของความผิดที่ชัดเจนขึ้น แม้กระทั่งการเสนอให้มีการยกเลิกความผิดฐานนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งจากการตระหนัก ถึงข้อบกพร่องที่มีอยู่ในกฎหมายและการบังคับใช้ซึ่งได้ปรากฏให้เห็นอย่าง ชัดเจน

เพื่อให้นำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายนี้ให้เกิดความสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการปกป้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไม่ให้ถูกล่วงละเมิด ซึ่งจะบังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ถกเถียงความเห็น เสนอความคิดที่เป็นประโยชน์ มิใช่การพยายามปิดปากผู้เสนอว่าเป็นผู้ไม่จงรักภักดี หรืออ้างความเป็น "ไทย" ที่ฝรั่งไม่เข้าใจ

ข้อเสนอในการชำระกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มิได้เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์ใดๆ กับข้อกล่าวหาว่ามีขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นระบอบสาธารณรัฐ ดังที่มีบุคคลจำนวนไม่น้อยละเมอเพ้อพกอยู่ในปัจจุบันนี้แต่อย่างใด

Source : มติชนรายวัน, 23 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11335

Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: