Home > News and politics > ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009, นิธิ เอียวศรีวงศ์

ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009, นิธิ เอียวศรีวงศ์

ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009

ปฏิเสธไม่ได้ว่า
จำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ในประเทศไทย
มีจำนวนมากจนน่าตกใจ
และหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของรัฐบาลอภิสิทธิ์
ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไรก็แล้วแต่

ข้างล่างนี้ เป็นบางส่วนของบทความของ อ.นิธิ

สถิติส่วนอื่นไปดูได้ที่
http://www.who.int/csr/disease/swineflu/updates/en/index.html
ล่าสุดของวันที่ 4 กันยายน 2009
http://www.who.int/csr/don/2009_09_04/en/index.html


 

…………………….

หลังจากเฝ้าสังเกตกระบวนการที่รัฐบาลไทยและสังคมไทย
เผชิญกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มาหลายเดือน
ผมรู้สึกว่ามีลักษณะพิเศษบางอย่างของไทยอยู่ในกระบวนการนั้น
ซึ่งคิดไปก็น่าวิตกอยู่ หากข้อสังเกตนี้จริง

…………………….

ข้อสังเกตประการแรก
คล้ายกับบทความที่คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ได้เขียนลงมติชนรายวันสักเดือนกว่ามาแล้ว
นั่นก็คือรัฐบาลไม่ค่อยสนใจกับการให้ความรู้เท่ากับให้คำสั่ง
ส่วนสังคมไทยก็พอใจที่จะรับแค่คำสั่งมากกว่าความรู้

รัฐบาลสั่งมาตรการสี่ห้าอย่างในการป้องกันตนเอง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
เช่น หมั่นล้างมือ, ไม่ร่วมภาชนะอาหารกับผู้ป่วย, เจ็บป่วยให้อยู่ห่างคนอื่น และใช้หน้ากากอนามัย

มาตรการเหล่านี้ก็ตรงกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก
แต่อาจไม่ตรงกับคำแนะนำของสาธารณสุขของบางประเทศทีเดียวนัก
แต่รัฐบาลหรือสังคมไม่เคยบอกให้รู้ว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยป้องกันตนเองมิให้ติดโรคได้อย่างไร
หรือป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้อย่างไร

…………………….

ข้อสังเกตประการที่สอง
มาจากสถิติขององค์การอนามัยโลก
เปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิต ในประเทศอุษาคเนย์หลายประเทศไม่มีสถิติบริบูรณ์
จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม ทั้งภูมิภาคนี้มีผู้ป่วย 15,771 คน เสียชีวิต 139 คน
ทั้งผู้ป่วยและเสียชีวิตอยู่ในประเทศไทยมากที่สุด
(คือตายเกิน 100 คน และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีสถิติเสียชีวิตสูงขนาดนี้
จนถึงวันที่ 22 ส.ค. ป่วย 14,976 คน ตาย 119 คน, มาเลเซียเกิน 50, และเวียดนามเกิน 10)

แน่นอนว่าเราไม่สามารถเอาไทยไปเปรียบเทียบกับลาว, กัมพูชา, และพม่าได้
(ลาวและกัมพูชานั้น ไม่มีสถิติแน่ชัด แต่องค์การอนามัยโลกประเมินว่าต่ำมากทั้งผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต
พม่ามีสถิติและต่ำมากเช่นกันคือ เป็น 24 ตาย 0)
เพราะเงื่อนไขการสัญจรโรคของประเทศเหล่านั้นต่ำมาก
เช่น คนส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางเกิน 3 กม.ต่อวัน
แม้กระนั้นเมื่อเอาไทยไปเปรียบกับประเทศที่มีระดับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
(ซึ่งมักเรียกว่าการพัฒนา)
ในระดับเดียวกัน
เช่น มาเลเซีย, สิงคโปร์, และอินโดนีเซีย
(จนถึง 24 ส.ค. เป็น 2,909 ตาย 63)
ก็จะพบว่าไทยมีสถิติผู้ป่วยและเสียชีวิตสูงสุด

น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็ คือ
สถิติอื่นๆ ก็คล้ายกับสถิติไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
เช่น ไทยคลานออกมาจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อ 2540 ช้ากว่าอินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, และมาเลเซีย
ส่วนวิกฤตในครั้งนี้ก็ส่อว่าจะออกมาในรูปเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบการจ้างงาน, การติดลบของจีดีพี, การลงทุน ฯลฯ

เราต่างเข้าไปพัวพันกับทุนนิยมโลกในเวลาเดียวกัน และในจังหวะเดียวกัน
เราต่างมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องเผชิญเหมือนกัน
แต่ความสามารถของไทยในการจัดการกับวิกฤตของโลกสมัยใหม่
ไร้ประสิทธิภาพกว่าประเทศเพื่อนบ้านดูเหมือนจะมากพอสมควร

…………………….

นิธิ เอียวศรีวงศ์, มติชนรายวัน, 07 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11503

  1. 30 January 2011 at 3:56 PM

    ตั้งแต่ปี 2009 เลยรึนี่

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: