Home > News and politics > รู้ทันตลาดทุน : ข่าวลือ ตลาดหุ้น และพฤติกรรมนักลงทุน

รู้ทันตลาดทุน : ข่าวลือ ตลาดหุ้น และพฤติกรรมนักลงทุน

รู้ทันตลาดทุน : ข่าวลือ ตลาดหุ้น และพฤติกรรมนักลงทุน


สฤณี อาชวานันทกุล

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี หนีไม่พ้นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย ในข้อหากระทำผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์) คือ "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน" เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2552

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีข่าวลือสะพัด ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนจำนวนมากตื่นตระหนกจนพากันเทขายหุ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2552 ดัชนีตลาดหุ้นในวันที่ 15 ร่วงลงอย่างรุนแรงถึง 60.75 จุดในช่วงเช้า ก่อนจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย จนมาปิดตลาดที่ 692.72 จุด ปรับลดลง 38.75 จุด หรือ 5.30% ด้วยมูลค่าซื้อขายถึง 53,773.90 ล้านบาท

การจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากมีข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังประสานงานกับ ก.ล.ต. ในการสอบสวนคดีสร้างราคาหุ้น หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "ทุบหุ้น" (ไม่ใช่ "ปั่นหุ้น" เพราะกรณีนี้เป็นการสร้างราคาขาลง ไม่ใช่ขาขึ้น) หลังตรวจสอบพบการกระทำผิดปกติ 2 รายในการซื้อขายหุ้นระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะเดียวกัน วงการก็ลือกันว่า "ขาใหญ่" สองสามรายที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ ได้กำไรไปเป็นหลักพันล้านบาท

กระบวนการสืบสวนขบวนการปั่นหุ้นยังไม่แล้วเสร็จ และคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่วันนี้ ผู้เขียนอยากอธิบายการปล่อยหรือเผยแพร่ข่าวลือ ว่ากรณีใดบ้างที่น่าสงสัยว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหลักทรัพย์ และกรณีใดบ้างที่ไม่ผิด

ลองพิจารณากรณีสมมติสองกรณี คือ นายสมบัติกับนายสมพงษ์ นายสมบัติเป็นนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายหุ้นรายวัน เย็นวันที่ 14 นายสมบัติได้ยินข่าวลืออันไม่เป็นมงคล ด้วยความกังวล นายสมบัติจึงไปโพสต์ข่าวลือที่ได้ยินมาบนเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง เพื่อเช็คข้อมูลกับคนอื่นๆ ว่าข่าวลือนั้นมีมูลความจริงมากน้อยเพียงใด จะได้ตัดสินใจเกี่ยวกับหุ้นที่ตัวเองถือ อาทิเช่น ควรเทขายหุ้นทั้งหมดดีไหม หรือควรรอจังหวะช้อนซื้อ หรือควรจะทำอย่างอื่น

ส่วนนายสมพงษ์เป็นพนักงานส่งคำสั่งซื้อขาย (เทรดเดอร์) ของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง นำข่าวลือชิ้นเดียวกันกับนายสมบัติไปโพสต์บนเว็บเดียวกัน แต่ที่แตกต่าง คือ นายสมพงษ์ได้ยินข่าวลือจากลูกค้ารายใหญ่ของตัวเอง นามว่า "เสี่ย ย." เสี่ย ย. กุข่าวลือชิ้นนี้ขึ้นมาเอง รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีมูลความจริง อยากจ้างให้นายสมพงษ์ช่วยไปโพสต์ข่าวลือชิ้นนี้ลงเว็บไซต์ให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความแตกตื่นในหมู่นักลงทุน หุ้นจะได้ตก ตัวเองจะได้ทำกำไรจากการขายชอร์ตที่สั่งไปแล้วเมื่อวันก่อน นายสมพงษ์จะได้กำไรส่วนหนึ่งที่ เสี่ย ย. ทำได้ เป็นค่าตอบแทนการกระพือข่าวลือ

คำถามคือ ใครที่ควรถูกตำรวจจับในข้อหาทำผิดกฎหมาย นายสมบัติ หรือนายสมพงษ์ หรือทั้งคู่

ลำพังสามัญสำนึกก็บอกเราได้ว่า นายสมพงษ์คือคนที่ควรถูกจับ เพราะมีเจตนาชัดเจนที่จะรับใช้ลูกค้า คือ เสี่ย ย. ทุบหุ้นทำกำไร ในกรณีนี้ด้วยการปล่อยข่าวลือที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จ จงใจสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน ส่วนนายสมบัติเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่ได้มีเจตนาจะทุบหุ้น โพสต์ข่าวลือเพียงเพราะอยากเช็คข่าวกับคนอื่นเท่านั้น นับเป็นการใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและสนทนากัน สิทธิที่พลเมืองทุกคนย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

นายสมบัติจะได้ประโยชน์ (อาทิเช่น ช้อนซื้อแล้วขายทีหลัง) หลังจากที่โพสต์ข่าวลือนั้นหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น เพราะถึงอย่างไรก็มีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับนายสมพงษ์ที่จงใจช่วยลูกค้าทุบหุ้น

ผู้เขียนหวังว่ากรณีสมมติทั้งสองนี้ น่าจะชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กรณีเดียวที่การโพสต์ข่าวลือบนเว็บไซต์ ควรมีความผิดตามกฎหมาย คือ กรณีที่พฤติกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทุบหุ้น อันเป็นความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์

พูดอีกอย่าง คือ เรื่องนี้ความผิดที่แท้จริง คือ ความผิดฐานมีส่วน "สร้างราคาหุ้น" ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์, ความผิดฐาน "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน" ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นความผิดรอง

ดังนั้น ถ้าตำรวจจะดำเนินคดีกับใคร ก็ควรจะแจ้งข้อหาตามกฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อความชัดเจน

ถ้าตำรวจมัวแต่ยึด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามตัวอักษร ไม่สืบสวนประเด็นสร้างราคาหุ้นตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ให้พบความเกี่ยวโยงที่ชัดเจนก่อน ผู้บริสุทธิ์อย่างนายสมบัติจำนวนมาก ก็อาจโดนจับไปด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ดังนั้น ในกรณีนี้ ถ้าดีเอสไอ และ ก.ล.ต. พิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีส่วนในขบวนการทุบหุ้นจริง คดีที่จับโดยอ้างฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็สุ่มเสี่ยงว่าอาจเป็นการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไม่เหมาะสม และละเมิดสิทธิในการแสดงออกของประชาชน

การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สิ้นสุด แต่ผู้เขียนมีข้อสังเกต 3 ประการด้วยกัน

ประการแรก ตำรวจอ้างการแปลข่าวของบลูมเบิร์ก เป็นเหตุผลที่จับ น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน หนึ่งในผู้ต้องสงสัย แต่ น.ส.ธีรนันต์โพสต์ฉบับแปลไทยของข่าวชิ้นนั้นหลังจากที่หุ้นตกไปแล้ว และข่าวของบลูมเบิร์กที่แปลมาก็ระบุอย่างชัดเจนว่าข่าวลือนั้นเป็นข่าวลือ ไม่ได้อ้างว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด

ประการที่สอง ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ทำให้น่าคิดว่ากรณีนี้เป็นกรณีต่างหาก ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีทุบหุ้น ที่ดีเอสไอกับ ก.ล.ต. กำลังทำอยู่

ประการที่สาม การที่ผู้ต้องสงสัยทั้งสามคนเป็นขาประจำของเว็บบอร์ดบางแห่ง ที่คนทั่วไปมองว่าสมาชิกส่วนใหญ่มีแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่าง ทำให้บางคนตั้งข้อสงสัยว่า คดีนี้อาจไม่ใช่แค่การจับ ‘แพะ’ แต่เป็นการฉวยโอกาส ‘เล่นงานทางการเมือง’ ด้วย เพราะมีอีกหลายคนที่โพสต์เนื้อหาทำนองเดียวกันที่เว็บอื่น แต่ไม่โดนจับ

ในเมื่อความผิดที่แท้จริงอยู่ที่การปล่อยข่าว ลือที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเท็จ เพื่อทุบหุ้นหรือปั่นหุ้นทำกำไร ตำรวจจึงควรพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในการทำคดี ด้วยการออกมาชี้แจงว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสามมีส่วนร่วมในขบวนการทุบหุ้นจริง หรือไม่อย่างไร และเร่งรัดทำคดีทุบหุ้นโดยเร็ว เพื่อเปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลัง

ข่าวลือกับตลาดหุ้นเป็นของคู่กันมาช้านาน และในสังคมที่เต็มไปด้วย ‘เรื่องต้องห้าม’ ที่พูดกันไม่ได้ เพราะคนไม่ค่อยกล้าพูด ข่าวลือก็ย่อมจะต้องหนาหูเป็นธรรมดา วิธีแก้ปัญหาใดๆ ก็ตามแต่ที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของข่าวลืออันเป็นเท็จ ก็คือ การออกมาเปิดเผยความจริงให้เร็วที่สุด

กรุงเทพธุรกิจ, 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


กลับมาดู blog ของตัวเอง ยังไม่ได้เขียนถึงประเด็นนี้
เพราะกลัวว่า เขียนอะไรไป แล้วจะมามีความผิด
(ซึ่งผมคิดว่า ตำรวจตีความกฏหมาย พรบ.คอมฯ ได้กว้างมาก คือเอาผิดใครได้หมด ถ้าต้องการ)
ก็ขนาด post ข่าว ในเวลาภายหลังหุ้นตก … ยังโดนจับได้
ดังนั้น พอมีคนเขียนถึง เลยเอามาแปะไว้ดีกว่า
ยังไงถ้าโดนจับ ก็จะได้มีเพื่อน คือคนที่เขียนข่าว โดนจับไปด้วยกัน
Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: