Home > News and politics > โพลล์ “ทีดีอาร์ไอ” พลิกความเชื่อ “จน-รวย”ไม่ใช่ปมขัดแย้งการเมือง

โพลล์ “ทีดีอาร์ไอ” พลิกความเชื่อ “จน-รวย”ไม่ใช่ปมขัดแย้งการเมือง

โพลล์ "ทีดีอาร์ไอ" พลิกความเชื่อ "จน-รวย"ไม่ใช่ปมขัดแย้งการเมือง

โพลล์ ทีดีอาร์ไอ เผยความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไม่ได้จุดไฟการเมืองแบ่งขั้ว เหตุมาจากปัญหาทางการเมือง หลังสำรวจพบทั้งเหลือง-แดง มีจน-รวย ในสัดส่วนไม่แตกต่างกัน ชี้อยากให้ฟัง "เสียงเงียบ" ประชาชนส่วนใหญ่แทน หนุน "ส.ส.-ส.ว." มาจากเลือกตั้งทั้งหมด เชื่อเหตุหลักขัดแย้ง เพราะนักการเมืองแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว พร้อมเห็นว่าสื่อแบ่งสีควรจะปรับบทบาทลดลง

ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2552 เรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความเป็นธรรมในสังคม หัวข้อ "ทัศนะประชาชนต่อการเมืองและสวัสดิการสังคม เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม" ว่า ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 4,077 คน จากประชาชนทั่วประเทศเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การจัดสวัสดิการสังคม และการเมือง ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2552 เกี่ยวกับทัศนะต่อความจน ความรวยและความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยนำเอาหลักการกระจายตัวตามสถิติที่สามารถเป็นตัวแทนประชากรได้ดี จึงคิดว่าโพลล์ที่ได้มีคุณภาพแตกต่างจากโพลล์ที่จัดทำตามกระแสที่ผ่านมา

ดร.สมชัย ได้เปิดผลสำรวจทัศนะต่อความจน ความรวย และความเหลื่อมล้ำ พบว่าคนจนส่วนใหญ่ 39% คิดว่าตัวเองจนเพราะเกิดมาจน เช่นเดียวกับคนรวย 57.4% ที่คิดว่าเกิดมารวย ซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่า ความจนความรวยตกทอดเป็นรุ่นๆ จึงมีลักษณะที่ถาวร

ส่วนความเห็นต่อเรื่องช่องว่างระหว่างรวยกับจน คนในเมืองเห็นว่าห่างกันมาก แต่ยังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ 43% โดยพบว่าผลสำรวจต่อการแนวทางแก้ไขปัญหาช่องว่างคนรวยคนจน คือ การให้การศึกษาและดูแลสวัสดิการคนจนให้มากขึ้น รวมไปถึงขึ้นภาษีคนรวยช่วยคนจน และกำจัดการโกงกิน ระบบเส้นสายพรรคพวก

นอกจากนี้ ความเห็นต่อการแก้ปัญหาประเทศที่ควรจะได้รับการแก้ไขมากที่สุด ส่วนใหญ่เห็นว่า ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยาเสพติด ความยากจน และความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาคอร์รัปชัน

"การให้สวัสดิการของรัฐควรให้ทุกคนได้รับอย่าง เท่าเทียมกัน แต่ให้คนจนได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างเพิ่ม ผมมีความเห็นว่าควรนำภาษีมาใช้ในด้านการศึกษา พัฒนาฝีมือแรงงาน และการรักษาพยาบาล ควรแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ยาเสพติด ความยากจน และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องเร่งด่วน"

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาด้านประชานิยมที่พรรคการเมืองพยายามแจก คิดว่าจากแนวผลสำรวจ ชาวบ้านทั้งรวยและจนไม่เห็นด้วย แต่เห็นว่าการสนับสนุนสวัสดิการและการแก้ปัญหาการศึกษาน่าจะเป็นทางออก ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำมากกว่า

ส่วนทัศนคติต่อความขัดแย้งทางการเมืองพบว่า ประชาชนแสดงความเห็นว่านักการเมือง และผู้มีอำนาจแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวร้อยละ 32.5 ขณะที่ประชาชนแบ่งขั้วร้อยละ 23.0 และรัฐบาลหรือนักการเมืองโกงมากเกินไปร้อยละ 11.1 ซึ่งจากการวิจัยพบว่า วาทกรรมเหลืองนั้นเกิดจากปัญหานักการเมืองโกงมากเกินไป และวาทกรรมแดงเกิดจากปัญหาการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่กว่า 70% มองความขัดแย้งทางการเมืองด้วยสายตาของคนที่เป็นกลางไม่แบ่งขั้วตามสี

ดร.สมชัย ยังบอกอีกว่า ผลสำรวจค่อนข้างชัดเจนว่า วาทกรรมดั้งเดิมที่ว่า แดงคือคนจน และเหลืองคือคนชั้นกลางและคนรวย ไม่ใช่อีกต่อไปเพราะการสำรวจโดยนำเอาหลักข้อมูลของสำนักงานสถิติมาใช้พบว่า แดง และเหลืองไม่สามารถแบ่งชั้นตามเศรษฐกิจ ไม่เหมือนกับความเชื่อทั่วไป เพราะพบว่าแดงมีกลุ่ม คนชั้นกลาง และคนรวย ขณะที่เหลืองก็มีคนจน และคนชั้นกลางรวมอยู่ด้วย

"สมมติฐานเดิมที่บอกว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็น ความขัดแย้งทางชนชั้นจึงไม่ใช่ เพราะความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไม่ใช่ปัจจัยที่จุดไฟความขัดแย้งทางการเมือง และคิดว่าความขัดแย้งดังกล่าวน่าจะมาจากปัจจัยทางการเมืองในตัวเองมากกว่า แต่เศรษฐกิจเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานที่แผ่วงกว้าง และเสริมการแบ่งขั้วในกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือยากจนมากกว่า" ดร.สมชัยกล่าว

ดร.สมชัย กล่าวอีกว่า แม้วาทกรรมการเมืองที่ขัดแย้งกันเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย เราพบว่าเพียง 0.6% หรือประมาณ 3.2 แสนคนที่เดินขบวนสม่ำเสมอ และอีกประมาณ 2% หรือประมาณ 6 แสนคน ที่ติดตามข่าวสารความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีจำนวนน้อยแต่จุดยืนทางการเมืองที่แน่วแน่ ทำให้ความรุนแรงฝังรากและส่งผลยาวนาน

นอกจากนี้ การวิจัยพบว่าปัญหาการคอร์รัปชันของนักการเมืองนั้น แม้ที่ผ่านมา จะมีโพลล์ว่า ประชาชนบางส่วนยอมรับผลงานของนักการเมืองแต่คอร์รัปชันได้ แต่การสำรวจครั้งนี้พบว่า คนส่วนใหญ่ไม่ยอมแลกนักการเมืองที่มีผลงานกับการโกง ซึ่งคิดว่าการสำรวจนี้น่าจะมีคุณภาพที่เชื่อถือได้ เพราะคนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า ควรจะต้องลงโทษการคอร์รัปชัน และให้มีการป้องกันและตรวจสอบนักการเมืองมากขึ้น

ด้าน ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง จากทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า จากการทำแบบสอบถามสำรวจผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จำนวน 247 คน และประชาชนทั่วไปถึงการเลือก ส.ส. และ ส.ว. พบว่าคนส่วนใหญ่ยังคงให้การสนับสนุนการเลือกตั้งทางตรงทั้งในสองสภา และคนส่วนใหญ่มีภาพที่ดีพอสมควรกับทั้งนักการเมืองและคณะกรรมการการเลือก ตั้ง (กกต.) รวมทั้งยังหวังพึ่ง กกต.ในการจัดการนักการเมืองที่โกงการเลือกตั้ง โดย 66% เห็นว่าทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 20% สนับสนุนให้ ส.ส.และ ส.ว.บางส่วนมาจากการเลือกตั้ง ส่วนข้อเสนออื่นๆ ได้แก่ การลงโทษผู้สมัครที่ทุจริตให้รุนแรงขึ้น และให้ กกต. ควบคุมการเลือกตั้งให้เข้มงวดขึ้น

เมื่อถามถึงสาเหตุหลักของความขัดแย้งทางการ เมืองครั้งนี้ 45% คิดว่าเกิดจากนักการเมืองและผู้มีอำนาจแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว 11% เห็นว่าสาเหตุหลักเกิดจากคอร์รัปชัน ส่วน 9.3% เห็นว่าประชาชนเข้าใจการเมืองไม่เท่ากัน ขณะที่ 4.6% คิดว่าปัญหาเกิดจากระบบการเลือกตั้งที่ซื้อสิทธิขายเสียง

ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทสื่อต่างๆ พบกลุ่มตัวอย่าง 46% เห็นว่าควรลดบทบาท "สื่อที่เป็นตัวแทนของขั้วการเมือง (เหลืองหรือแดง)" ลง ในขณะที่อีก 16% ต้องการให้สื่อกลุ่มนี้ปรับเปลี่ยนบทบาท อย่างไรก็ตาม 47% เห็นว่าควรเพิ่มบทบาทของ "ประชาชนทั่วไป" ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าควรหยุดให้ความสำคัญกับสื่อเลือกข้าง และหันมาสนใจ "เสียบเงียบ" จากประชาชนส่วนใหญ่แทน

กรุงเทพธุรกิจ, 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


ปัญหาคือ พยายามจะหาโพลล์ที่ว่า แต่ไม่เจอ
เลยไม่รู้จะวิจารณ์ได้อย่างไร
แต่ถ้าข้อมูลถูกต้อง แสดงให้เห็นหลายๆอย่างได้
เช่น การต่อสู้ทางชนชั้น ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญเท่ากับ
นี่คือการต่อสู้ระหว่าง กลุ่มทุนเก่า กับกลุ่มทุนใหม่ มากกว่า

คิดและพิมพ์ออกมาเต็มที่คงได้แค่นี้ มิฉะนั้นอาจจะล่อแหลมเกินไป

Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: