Home > News and politics > “จตุพร”แฉเอกสารลับกต.,บัวแก้วสอบความลับรั่ว-ถกอสส.เอาผิด’จตุพร’

“จตุพร”แฉเอกสารลับกต.,บัวแก้วสอบความลับรั่ว-ถกอสส.เอาผิด’จตุพร’

"จตุพร"แฉเอกสารลับกต.วางแผนกำจัด"แม้ว"ก่อนสิ้นปี สั่งเร่งปิดทุกคดีใน6ม.ค. ประกาศสงครามกับเพื่อนบ้าน

"จตุพร" แฉเอกสารลับกต.ถึงนายกฯมีแผนลับประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน แผนสังหาร "แม้ว" ภายในปี52 เร่งปิดคดี "ทักษิณ" ก่อน 6 ม.ค. 53 ทิศทางเดียวกับบิ๊กนายทหาร 3 นาย เป็น "ป" 2 นาย เผยส่ง "จุรินทร์" ไปขอเวียดนามให้กล่อม "เขมร" แต่ไม่เป็นผล

"จตุพร" แฉเอกสารลับ กต.ส่งถึงนายกฯ

ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. นำเอกสารตราครุฑ ประทับคำสั่ง ลับมากและด่วนที่สุด ที่กต 1303/2555  กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา กทม.10400 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 ลงลายมือชื่อนายกษิต ภิมรมย์ รมว.ต่างประเทศ และส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาประกอบการแถงข่าว โดยเอกสารดังกล่าวระบุ เรื่องแนวทางการดำเนินการกับปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา โดยอ้างถึง หนังสือกระทรวงการต่างประเทศ ลับมาก ด่วนที่สุดที่ กต 1302/2318 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 สิ่งที่ส่งมาด้วย 1.เอกสารแนวทางการดำเนินการกับปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา 2.ตารางการส่งสัญญาณและระดับความรุนแรงเพื่อเตรียมมาตรการป้องปรามและตอบโต้ การกระทำของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างเป็นขั้นตอน

นายจตุพรกล่าวว่าเอกสารดังกล่าว ได้รับมาจากนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ที่ได้รับมาจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอีกทีหนึ่ง ซึ่งพบว่าเนื้อหามีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นรูปธรรมซึ่งจะพัฒนาไปสู่การประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อ 2.4 ที่ระบุเนื้อหาให้บริหารจัดการเวลาให้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลไทยมากที่สุด โดยการ เร่งพิจารณาคดีต่างๆของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยังคั่งค้างอยู่ ซึ่งเนื้อหานี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ตนเคยออกมาบอกว่ามีบิ๊กนายทหาร 3 นาย เป็น "ป" 2 นาย จะเร่งรัดคดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 6 มกราคม 2553  ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เห็นว่านายกษิตเสียมารยาทและสะท้อนว่าฝ่ายบริหารมีอำนาจสั่งการ แทรกแซงศาลได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีข้อ 3.ระบุถึงจุดหมายปลายทาง โดยให้มีการปรับความสัมพันธ์สู่ปกติ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของกัมพูชา แสดงว่าเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ข้อมูลว่าจะมีการทำรัฐประหารใน กัมพูชา โดยการสนับสนุนของรัฐบาลไทยใช่หรือไม่

แฉแผนสังหาร"แม้ว"ภายในปี52

นายจตุพร กล่าวว่า นอกจากนี้ประเด็นสำคัญยังมีการระบุด้วยว่าปัญหาทั้งหมดมาจากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ มุ่งทำลายความอยู่รอดของรัฐบาล ดังนั้นจำเป็นต้องมุ่งไปที่ต้นตอของปัญหาด้วยการขจัดภัยคุกคามหลัก ซึ่งทำให้คิดได้ว่าการขจัดภัยคุกคามหลักคือการฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สิ้นซาก ภายในสิ้นปี 2552 ถ้าไม่ได้ต้องแล้วเสร็จภายในเมษายน 2553 ตามที่มีการรระบุในตารางตารางการส่งสัญญาณและระดับความรุนแรงเพื่อเตรียม มาตรการป้องปรามและตอบโต้การกระทำของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งตนจะนำมาเปิดเผยภายในสัปดาห์หน้า

นายจตุพรกล่าวว่า ขณะที่ข้อ 3.1 ระบุถึงการพิจารณาใช้ประเทศหรือบุคคลที่ 3 ที่มีอิทธิพลหรือเอื้อประโยชน์ให้กัมพูชาในการช่วยคลี่คลายปัญหา จากนั้นพบว่านายอภิสิทธิ์ ได้ส่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปประเทศเวียดนาม ซึ่งนายอภิสิทธิ์และนายกษิตคงเข้าใจว่าเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อกัมพูชาได้ ช่วยหยุดยั้ง แต่เป็นการเข้าใจที่ผิดเพราะเวียดนามกำลังจะได้รับประโยชน์จากการกระทำของ รัฐบาลไทย 

ปูดเอกสารลับเนื้อความเดียวสมัยคมช.

นอกจากนั้น นายจตุพร ยังระบุว่า ในข้อ 3.3 ยังมีการระบุถึงมาตรการตอบโต้ขั้นเลวร้ายที่สุด หากพ.ต.ท.ทักษิณ และนายกรัฐมนตรีกัมพูชาร่วมกันกระทำการใดๆจนเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและ ทรัพย์สินประชาชนในวงกว้าง คุกคามอำนาจอธิปไตยไทยและสถาบันสำคัญ ซึ่งรวมถึงการดำเนินกิจกรรมเสมือนการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในกัมพูชา ก็จำเป็นที่รัฐบาลไทยต้องพิจารณาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและยกเลิกการ ติดต่อทุกด้าน รวมถึงการใช้มาตรการทางการทหารเพื่อปกป้องอธิปไตย  จึงเท่ากับว่ารัฐบาลนี้ดำเนินนโยบายทางการทูตที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรประเทศ เพื่อนบ้านและเตรียมประกาศสงครามใช่หรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พยายามซักถามรายละเอียดของตารางแผน ปฏิบัติการที่อ้างว่ารุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตพ.ต.ท.ทักษิณได้ระบุถึงห้วงเวลา และวิธีการที่จะลงมือหรือไม่ ซึ่งนายจตุพรปฏิเสธที่จะพูดถึงรายละเอียด แต่นำเอกสารชุดหนึ่งที่อ้างว่าเป็นตารางที่แนบท้ายมากับเอกสารชุดที่นายกษิต ส่งถึงนายอภิสิทธิ์มาโชว์สื่อมวลชนเป็นเวลาสั้นๆพร้อมระบุว่าเอกสารดังกล่าว เรียงลำดับแผนการดำเนินการที่สอดคล้องกับเอกสารชุดแรกที่ได้เปิดเผยวันนี้มี การวางแผนกำจัดพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สิ้นซากภายในสิ้นปี 2552 ถ้าไม่ได้ก็ต้องภายในเดือนเมษายน 2553  โดยลักษณะคล้ายกับเอกสารลับคมช.ที่เคยนำออกมาแสดง แต่ตนจะรอให้นายกษิตออกมาตอบโต้เสียก่อน จากนั้นจึงจะเปิดเผย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเอกสารดังกล่าวประกอบด้วย 4 ส่วนคือส่วนที่หนึ่งเป็นการวิเคราะห์ท่าทีของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งในข้อ 1.3 มีเนื้อหาว่าสถานการณ์ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาจะยืดเยื้อหรือไม่ มิได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขภายในประเทศไทยเอง โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าสถานการณ์จะลงเอยอย่างไร ดังนั้นความเป็นเอกภาพของรัฐบาล ทุกส่วนราชการและทุกภาคส่วนของสังคมไทยเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดในการช่วยให้ ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายลง ขณะที่ส่วนที่ 2 เป็นแนวทางการดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เป็นไปตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ และนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคาดหวัง ส่วนที่3 เป็นจุดหมายปลายทาง (end game) และส่วนที่ 4 เป็นข้อเสนอแนะ

มติชน 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1261128960&grpid=00&catid=



บัวแก้วสอบความลับรั่ว-ถกอสส.เอาผิด’จตุพร’

เผยตั้งคกก.สอบ เอกสารโผล่"จตุพร" หารืออัยการสูงสุดเอาผิดแฉชั้นความลับแนวทางสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาป้อง"คำรบ" ด้าน"ชวน"ติงพท.เป็นเครื่องมือเขมร

เมื่อเวลา 15.45 น. นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงกรณีนายจตุพร พรมหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยเอกสารลับที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ไทยต่อกัมพูชาว่า หนังสือดังกล่าวเป็นรายงานการวิเคราะห์พัฒนาการและแนวโน้มความสัมพันธ์กับ กัมพูชา ซึ่งเป็นเอกสารชั้นความลับ ซึ่งกระทรวงไม่สามารถให้รายละเอียดของหนังสือดังกล่าวได้

"แต่ทราบว่าได้มีการเผยแพร่ไปยังหน่วย งานราชการด้านความมั่นคง เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวเป็นชั้นความลับ และมีความละเอียดอ่อน จึงไม่อยากให้มีการเผยแพร่ต่อ" อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าว

เมื่อถามว่า ผู้นำเอกสารออกเผยแพร่จะมีโทษอย่างไร นายธานี กล่าวว่า มีพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 และ ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ พ.ศ.2544 กำกับอยู่ ซึ่งต้องพิจารณาการดำเนินการนั้นมีความผิดทางอาญา และขัดต่อ พ.ร.บ.และระเบียบดังกล่าวหรือไม่ ส่วนจะดำเนินการกับแหล่งข่าวที่นายจตุพรได้เอกสารจากบุคคลนั้นอย่างไรบ้าง นายธานี กล่าวว่า ต้องดูว่าสิ่งที่นายจตุพรเผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้นเป็นไปในลักษณะใด และต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อัยการสูงสุด ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เอกสารดังกล่าวจะมีนัยสำคัญถึงการสั่งการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศหรือไม่ นายธานี ปฏิเสธกล่าวถึงรายละเอียดในเอกสารดังกล่าว แต่เปิดเผยได้เพียงว่าเป็นเอกสารบทวิเคราะห์ถึงแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ มีความละเอียดอ่อนมาก

เมื่อถามว่า การสอบถามไปยังอัยการสูงสุดจะใช้เวลาดำเนินการเท่าไร และผลออกมาจะเป็นอย่างไร นายธานีกล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการของกระทรวงฯ ซึ่งตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ ทางกระทรวงจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน ประกอบด้วย ข้าราชการระดับบริหารของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งผลจะเป็นอย่างไร ต้องรอฟังจากคณะกรรมการดังกล่าวเสียก่อน ส่วนการหารือกับอัยการสูงสุด ต้องดูในบริบทของการดำเนินการใดๆ ที่ผิดทางอาญาหรือไม่

เมื่อถามต่ออีกว่า นายจตุพรอ้างว่านำเอกสารดังกล่าวมาจากข้าราชการ นายธานี กล่าวว่า ต้องสอบสวนว่าเอกสารดังกล่าวออกมาจากข้าราชการดังกล่าว ส่วนโทษฐานจะได้รับนั้นจะต้องรอผลจากการสอบสวนของคณะกรรมการก่อน เนื่องจากเอกสารดังกล่าวมาจากหลายหน่วยงาน ต้องดูรั่วจากตรงไหน อย่างไรก็ตาม ต่อไปต้องกำชับการส่งเอกสารให้เป็นแนวทางและมาตรการในการออกเอกสารอย่างเคร่งครัด

เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศกังวลว่า เอกสารที่หลุดมาจะนำไปอภิปรายโจมตีในสภาหรือไม่ นายธานีกล่าวว่า ตามความเข้าใจเอกสารดังกล่าวเป็นรายงานถึงนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการวิเคราะห์และแนวโน้มความสัมพันธ์ของกัมพูชา ซึ่งเป็นชั้นความลับ แต่หากถูกเปิดเผยหรือหลุดออกไปใช้ในการอภิปรายในสภา ก็ต้องติดตามดู ไม่อยากจะคาดเดา ซึ่งการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว ขัดต่อพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร อยู่แล้ว มีผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อประเทศอยู่แล้ว

ส่วนกรณี สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยข้อมูลโทรศัพท์ของนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกของเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ มีการโทรศัพท์ถึงนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ จริงนั้น นายธานี กล่าวว่า ไม่มีข้อมูลในส่วนนั้น เพราะเป็นข้อมูลที่กัมพูชาหามาได้ คิดว่าเป็นรายการหมายเลขโทรศัพท์เข้าออก คล้ายกับใบเสร็จเรียกเก็บเงินของบริษัทมือถือค่ายต่างๆ ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่า เอกสารดังกล่าวไม่ได้บ่งบอกอะไร

ถามอีกว่า ก่อนนายคำรบจะถูกขับออกจากกัมพูชานั้น นายกษิตได้โทรศัพท์ถึงนายคำรบหรือไม่ นายธานีกล่าวยืนยันว่า นายกษิตไม่ได้โทรศัพท์สั่งการให้ดำเนินการใดๆ สิ่งที่นายคำรบทำนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูล แต่หลังจากนายคำรบถูกกำหนดให้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาของกัมพูชาแล้ว นายกษิตอยู่ที่สิงคโปร์และได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจนายคำรบ

"ชวน"แนะรัฐบาล"อภิสิทธิ์" อย่าเต้นตามกัมพูชา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า รัฐบาลไทยต้องถือหลักอย่างที่อารยประเทศปฏิบัติกัน เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไรตามอำเภอใจได้ เรายังมีกฎหมาย มีระเบียบ กฎเกณฑ์ หากยึดในสิ่งนี้ก็จะรักษามาตรฐานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปได้ อย่าไปทำอะไรด้วยความสะใจ แต่ต้องยึดความถูกต้องซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด รัฐบาลกัมพูชาจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขาไป แต่ต้องยึดกติกาที่อารยประเทศเขาพึงปฏิบัติกัน

ประธานสภาที่ปรึกษาฯ กล่าวอีกว่า กรณีของประเทศไทยเรื่องการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินก่อน จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจกับฝ่ายบริหารที่จะไปชี้ขาดว่าจะส่งตัวผู้ร้าย ข้ามแดนหรือไม่ แต่ของกัมพูชานายกฯ สามารถบอกได้ก่อนว่าไม่ส่ง อย่างนี้ก็แสดงว่ากฎหมายไทยกับเขาไม่เหมือนกัน ไทยจึงต้องยึดแนวของเราไว้

ส่วนเรื่องการดักฟังโทรศัพท์นั้น ประเทศไทยต้องยึดหลักสากล หลักของกฎบัตรสหประชาชาติว่า สถานทูตที่มาตั้งในประเทศไทย ไทยก็ต้องไม่ไปดักฟังโทรศัพท์เขา แต่กัมพูชาจะดักฟังหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ยิ่งเห็นพฤติกรรมอะไรที่ไม่ปกติ ก็ต้องยิ่งยึดหลักให้แน่นไว้ เพราะคิดว่าวันข้างหน้าจะสามารถอธิบายได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไทยควรดำเนินการอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ยาก เพราะการเบิกความในศาลก็สามารถบอกได้ส่วนหนึ่งแล้วก็ต้องเคารพ แม้จะไม่เห็นด้วยกับดุลพินิจของศาลกัมพูชา ก็ต้องให้เกียรติ

"โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินต่อนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ถูกตัดสินคดีจารกรรมข้อมูลว่ามีความผิด แต่ก็ต้องเคารพและไม่ควรไปวิจารณ์ดุลพินิจของศาลกัมพูชา เนื่องจากอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ควรทำ อย่างไรก็ตาม บางเรื่องแสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังมีความเข้าใจผิด เช่น ระบุว่ารัฐบาลไทยจะเอาชีวิต พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ซึ่งผมคิดว่ากัมพูชาคงจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง" นายชวน กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฝ่ายค้านก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าคืออะไร ไม่จำเป็นต้องเข้าข้างรัฐบาลไทย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลประเทศอื่นในสิ่งที่ไม่ถูก ต้อง ตนสนับสนุนให้ยืนอยู่บนความจริงเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลต้องทำหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายจักรภพ เพ็ญแข หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้หากมีผู้กระทำความผิด เข้าองค์ประกอบกฎหมายก็มีสิทธิ์ขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศกัมพูชา ถ้าเรามีข้อตกลงเราก็ต้องทำ ถ้ารัฐบาลไม่ทำ รัฐบาลก็ผิดถือว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่ควรกระทำ ถึงแม้จะถูกรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธก็ตาม และเป็นเรื่องของสมเด็จฮุนเซนที่จะคิดไม่ส่งตัวให้ก็ตาม อย่าไปคิดตามเขาก็แล้วกัน อย่าไปคิดว่าถ้าเปลี่ยนตัวนายกฯ และรัฐบาลความสัมพันธ์จะดีขึ้น ปล่อยให้เขาคิดอยู่ฝ่ายเดียว ให้คิดว่าเราก็ต้องทำตามกรอบกฎหมายของเราไป ซึ่งสิ่งนี้ทุกฝ่ายต้องเข้าใจ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลอาฆาตแค้น หรือเจตนาร้ายกับผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะ แต่ใครกระทำความผิดคนนั้นก็เป็นผู้ที่รัฐบาลไทยต้องเอาตัวมาลงโทษ นั่นคือสิ่งที่ตนคิดว่าคนยังไม่เข้าใจและไปมองว่าเป็นการไล่ล่า ซึ่งความจริงไม่ใช่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชัดเจนแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณใช้กัมพูชาเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมือง จะเป็นภาระหนักสำหรับรัฐบาลหรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่รัฐบาลบริหารบ้านเมือง รักษากฎหมายเอาไว้ให้แน่น อย่าไปวอกแวกกับพวกนี้ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะมีปัญหาเสียเองในวันข้างหน้า ซึ่งคิดว่านายกฯ เองก็พยายามรักษากติกาเอาไว้ อย่าไปตกใจและคิดว่ารัฐบาลเจอปัญหาหนักหรือเบา แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแก้ปัญหา จะหนักหรือเบาก็ต้องทำงาน

กรุงเทพธุรกิจ 18 ธันวาคม 2552
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20091218/91748/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AA.%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%A3.html




ตอนแรก คิดว่า จตุพร มั่วหรือสร้างเรื่อง
พอเจออีกข่าว … อ้าว หรือมันจริงกันแน่ … ท่าทางจะของจริงนี่หว่า
ถ้าเป็นจริง ก็เห็นได้ว่า มันไม่ถูกต้องที่มีการดำเนินการอะไรในลักษณะนี้
เหมือนอารมณ์ที่มีคนบางกลุ่ม กินปลาดิบจิบไวน์กันแถวๆสุขุมวิท เมื่อไม่นานมานี้ แล้วเรื่องก็เงียบหายไปกับสายลม
Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: