Home > News and politics > ถ้าคุณอภิสิทธิ์ลดเงื่อนไข ก็จะบีบให้กลุ่มเสื้อแดงต้องคุย นี่คือวิธีเดียวครับ ที่จะออกไปจากสภาพแบบนี้ : วรเจตน์ ภาคีรัตน์

ถ้าคุณอภิสิทธิ์ลดเงื่อนไข ก็จะบีบให้กลุ่มเสื้อแดงต้องคุย นี่คือวิธีเดียวครับ ที่จะออกไปจากสภาพแบบนี้ : วรเจตน์ ภาคีรัตน์

ถ้าคุณอภิสิทธิ์ลดเงื่อนไข ก็จะบีบให้กลุ่มเสื้อแดงต้องคุย นี่คือวิธีเดียวครับ ที่จะออกไปจากสภาพแบบนี้ : วรเจตน์ ภาคีรัตน์

"ประชาชาติธุรกิจ" สนทนากับ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ในวันที่กลุ่มคนเสื้อแดงยึดสถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้ว คืนจากทหาร ก่อนหน้านี้ 1 วัน 5 อาจารย์ ออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นสื่อของรัฐบาลอภิสิทธิ์ อ่านบทสัมภาษณ์ ต่อไปนี้ …ถ้าไม่เห็นด้วย จงกลับไปอ่านแถลงการณ์ของ 303 อาจารย์

ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และอาจารย์คณะนิติศาสตร์ สำนักท่าพระจันทร์ รวม5 คน จำนวนน้อยกว่า 303 อาจารย์ ทั่วประเทศ ซึ่งมารวมตัวที่ธรรมศาสตร์ เพื่อประกาศคัดค้านยุบสภาหลายเท่า

แต่ปัญหาคือ เหตุผลของ 5 คน อาจดีกว่า หรือห่วยกว่า สมองของอาจารย์ 303 คน … ก็เป็นได้

อาจารย์สอนกฎหมาย 5 คน เห็นว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ ควรยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน แล้วค่อยไปว่าเรื่องการปฎิรูปการเมือง หลังเลือกตั้งทั่วไป

แต่ 303 อาจารย์ที่สอนสารพัดวิชา บอกว่า ยุบสภา ไร้เหตุผล !!!

"ประชาชาติธุรกิจ" สนทนากับ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ในวันที่กลุ่มคนเสื้อแดงยึดสถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้ว คืนจากทหาร

ก่อนหน้านี้ 1 วัน 5 อาจารย์ ออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นสื่อของรัฐบาลอภิสิทธิ์

(หาอ่านได้ที่ http://mynoz.spaces.live.com/blog/cns!2AAF032065B8040B!828.entry แถลงการณ์กลุ่ม 5 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน)

อ่านบทสัมภาษณ์ ต่อไปนี้ …ถ้าไม่เห็นด้วย จงกลับไปอ่านแถลงการณ์ของ 303 อาจารย์

@ อาจารย์เห็นว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ชอบด้วยกฏหมายอย่างไร ถึงได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วย

ปัญหาคือ มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเปล่า คือ กฏหมายฉุกเฉินไว้ใช้กับอะไร จริงๆ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาตั้งแต่รัฐบาลคุณทักษิณ (ชินวัตร) ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก คือ ใช้เมื่อไหร่ มีสภาพเท่ากับรัฐประหารเงียบ เพราะจะทำให้รัฐมีอำนาจมหาศาล ผมคิดว่า ถ้าคุณอาศัยอำนาจตามนี้ จะมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบในทางตุลาการต่อไปอีก มีปัญหากับหลักนิติรัฐอย่างรุนแรง

@ แต่รัฐบาลอ้างว่ามีแนวโน้มการใช้ความรุนแรง

ไม่เห็นหรือครับว่า แกนนำเขาคิดยังไงกับคุณอริสมันต์ (พงษ์เรืองรอง) คือคนที่มาชุมนุมมากๆ ก็มีหลายแบบ เราอาจตำหนิเขาว่า ทำไมปล่อยให้คุณอริสมันต์ นำมวลชนอย่างนั้น นี่คือบทเรียนของฝ่ายเสื้อแดงเอง คุณอริสมันต์ ทำผิด ก็ต้องจัดการกับคุณอริสมันต์ ก็ต้องบอกให้ส่งตัวคุณอริสมันต์ให้ตำรวจ แต่ถามว่า มันฉุกเฉินยังไง แล้วถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เขาจะทำอย่างนั้นหรือเปล่า

@ คิดอย่างไร กับการควบคุมสื่อ โดยการสั่งปิดสื่อเว็ปไซต์

อันนี้แรงมาก ในความเห็นผมนี่คือด้านอัปลักษณ์มากๆ ของกระบวนการใช้กฏหมายในเวลานี้ คือ พยายามปิดหูปิดตาคน ตกลงนี่คุณจะให้คนดูแต่ช่อง 11 เหรอ สิ่งที่ปรากฏอยู่เป็นอริยสัจคือดูช่อง 11 แล้วพ้นทุกข์เหรอ ผมว่า ไม่ใช่มั้ง ผมว่า ไม่มีเหตุผล(นะ )

@ สิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ควรทำมากที่สุดในเวลานี้คืออะไรครับ

เจรจา ลดเงื่อนไข (ครับ) ถ้าคุณอภิสิทธิ์ลดเงื่อนไข ก็จะบีบให้ทางกลุ่มเสื้อแดงต้องคุย เพราะว่าการเคลื่อนไหวอย่างนี้ ต้องการความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว คุณต้องมีความชอบธรรมอยู่ตลอดเวลา ถ้าลดเงื่อนไข ก็จะบีบให้มีการเจรจากัน นี่คือวิธีเดียวครับ ที่จะออกไปจากสภาพแบบนี้

อย่างที่เคยบอก ยุบสภาไม่ได้แก้ปัญหาในระยะยาวหรอก แต่มันจะแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ แล้วทุกคนก็รับว่ายุบได้ แต่ยังเถียงกันเรื่องเวลา ฉะนั้นก็ต้องลดเงื่อนไขลง 9 เดือนไม่ได้ คุณก็ต้องลดลงมาถ้าลด เสื้อแดงก็จะต้องถูกบีบ จะ 3 เดือน 6 เดือน ก็ว่ากันไป ซึ่งก็ต้องคุย

มีคนบอกว่า เสื้อแดงไม่ยอมคุย ก็ในเมื่อรัฐเป็นคนกุมอำนาจ รัฐก็ลดเงื่อนไขได้ครับ รัฐลองถามเสื้อแดงดูสิว่าลดเงื่อนไขได้มั๊ย คือ มันต้องมีคนเริ่ม แล้วถามว่าใครจะเป็นคนเริ่ม ก็คือคนที่กุมอำนาจรัฐนั่นแหละ ในความเห็นผม (นะ)

@ อาจารย์มองว่า เสื้อแดงยังไม่ได้ใช้ความรุนแรง

ผมเห็นว่ายัง แน่นอน มันมีบางช่วงเวลา ที่ดูเหมือนจะออกนอกกรอบไปบ้าง แต่ผมว่าคนเสื้อแดงเขามีบทเรียนจากปีที่แล้ว แล้วผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดง เป็นการชุมนุมที่ทำมาได้ขนาดนี้ อยู่ในเกณฑ์ดีมาก นี่ดูจากการคุมมวลชนนะ คือ ต้องยอมรับว่า เป็นการชุมนุมที่มีคนมากมหาศาล ไม่มีใครปฏิเสธ แม้แต่รัฐบาลก็ยอมรับว่ามีคนจำนวนมากแล้วเลิกบอกได้แล้วว่านี่จ้างมา รอบนี้คนกรุงเทพฯก็เยอะด้วย

@ แต่ภาคธุรกิจ มองว่า นี่คือความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล

ก็เป็นผลพวงต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐประหาร ถ้าว่ากันถึงที่สุด เป็นวิบากกรรมที่ต้องรับร่วมกัน ในเชิงโครงสร้างของระบบ ซึ่งมันก็จริง มันเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ เราปฏิเสธไม่ได้ แต่ว่านี่เป็นการประเมินเรื่องความชอบของการชุมนุม คือต่างฝ่ายต่างก็อ้างความเสียหาย เพียงแต่ว่า ความเสียหายที่ผู้ชุมนุมบอก อาจจะประเมินความเสียหายเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจไม่ได้

@ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ จะทำให้เราออกจากวงจรความขัดแย้งได้จริงหรือ

มันไม่ออกโดยทันที เพราะความขัดแย้งมันกินลึกและยาวนาน เป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ ในความเห็นผม แต่มันก็ก่อตัวมาจากอดีต

ผมถึงบอกว่า ยุบสภา ก็เพื่อให้นำไปสู่การปฏิรูปประเทศ มีกลุ่มอาจารย์บางกลุ่มบอกว่า ก็ปฏิรูปซะก่อนสิ แล้วค่อยยุบ แก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งผมคิดว่า ไม่ได้แล้วครับ เพราะวันนี้คนเสื้อแดง เขาปฏิเสธความชอบธรรมรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ นี่คือปัญหา แล้วเขามีความชอบธรรมที่จะปฏิเสธในทางทางหลักการ

วันที่ไปเจรจากัน ต้องพูดหลักการให้ชัดว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ เกิดขึ้นมายังไง เป็นผลโดยตรงจากการเลือกตั้งหรือเปล่า มีหลายคนไม่เข้าใจ บอกว่า ทำไมรัฐบาลสมัคร (สุนทรเวช) หรือรัฐบาล สมชาย (วงศ์สวัสดิ์) ไม่เป็นผลพวงการรัฐประหาร ทีรัฐบาลอภิสิทธิ์บอกว่าเป็น อาจารย์คณะผมบางคนก็พูดแบบนี้

แต่ผมเห็นว่า รัฐบาลคุณสมัคร จะดี จะชั่ว จะชอบ ยังไง ก็เป็นผลพวงโดยตรงจากการเลือกตั้ง ของประชาชน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เพราะพรรคพลังประชาชน ได้คะแนนเสียงมากที่สุด

ต่อมาคุณสมัครหลุด เพราะคดีทำกับข้าว คุณสมชาย มาเป็นต่อ ยังสืบเนื่องกันโดยตรงจากเจตจำนงค์ของคนในการเลือกตั้ง นี่คือในทางหลักการนะครับ

ต่อมารัฐบาลสมชายถูกยุบพรรค นายกฯสิ้นสภาพการเป็นส.ส. พ้นจากตำแหน่ง รัฐบาลพัง ซึ่งตอนนั้น ก็เกิดพรรคใหม่หลายพรรค ภูมิใจไทย หรือ ชาติไทยพัฒนา ซึ่งถามว่าภูมิใจไทยมาจากไหน เป็นพรรคที่ได้ ผ่านการเลือกตั้งมาหรือเปล่า ไม่มีนะครับ เพราะตอนเลือกตั้ง คนเลือกพลังประชาชน

นี่ไง ถึงเป็นสาเหตุว่า พอยุบพรรค มันทำลายความชอบธรรมในเชิงกระบวนการ หรือกลไกการเข้าสู่อำนาจ คือเรื่องนี้ เวลาเถียงกัน มักจะเถียงกันเรื่องความชอบ หรือไม่ชอบพรรคการเมือง

ถ้าคุณเป็นแฟนประชาธิปัตย์ คุณก็บอกว่าถูกต้อง ฝ่ายเพื่อไทยก็บอกว่า ไม่ถูก แต่ถามว่า ดูจากหลักการ คิดจากหลักประชาธิปไตยว่า เมื่อยุบพรรคแล้ว รัฐบาลแตก เกิดพรรคใหม่ขึ้นมา ตัวที่เกิดขึ้นมาและเป็นกุญแจสำคัญ หรือกลุ่มสำคัญที่ก่อให้เกิดรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เขาไม่ได้เป็นพรรคที่ลงเลือกตั้ง มันไม่มีตัวตนอยู่ที่มีการเลือกตั้ง

จริงๆ คุณอภิสิทธิ์ อาจจะเป็นได้ แล้วก็ยุบ อาจจะสัก 3 เดือน นี่คือในทางหลักการประชาธิปไตยควรจะเป็นแบบนั้น

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนเสื้อแดงถึงปฏิเสธความชอบธรรมตรงนี้ ฉะนั้น เราจะปฏิรูปการเมืองกันได้ยังไง ในเมื่อคนกลุ่มหนึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่มาก ปฏิเสธความชอบธรรมของรัฐบาล

@ ดีที่สุดคือ กลับไปสู่การเลือกตั้ง

กลับสู่การเลือกตั้ง แล้วพรรคแต่ละพรรค ก็เสนอนโยบายสู้กัน หลังจากนั้นก็คงจะมีการเจรจา กันอีกหลายยก อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ว่า เลือกตั้งแล้ว ได้รัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกพรรคควรมีสัญญาประชาคม เหมือนกันก็คือ ปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ปฏิรูประบบการเมือง ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ

เพียงแต่ว่า รัฐบาลอยู่ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพที่ต้องทำ แล้วมันจะทำให้กลุ่มต่างๆ เข้ามาคุยกันในระบบ คุยกันบนโต๊ะ ไม่ได้คุยบนท้องถนน ฉะนั้น ข้อเสนอที่บอกให้ปฏิรูปก่อน ไม่มีใครเอาหรอกครับ อย่างน้อยเสื้อแดงก็ไม่เอา

@ แต่แนวโน้มพรรคประชาธิปัตย์หรือรัฐบาล ก็อาจไม่เห็นด้วยเช่นกัน

นี่คือปัญหาใหญ่ว่า ที่สุด มันจะนำไปสู่การปะทะกันมั๊ย

@ การต่อสู้บนท้องถนนก็ยังไม่จบอยู่ดี

ใช่ครับ ไม่น่าจะจบในเร็ววันนี้ เว้นแต่มีการสลาย แต่ถ้าสลายก็ต้องคำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นด้วยว่า เอาคนอยู่หรือเปล่า ถ้าประเมินได้อย่างสงกรานต์คราวที่แล้ว ก็อาจจะจบ แต่ว่าเขาก็จะมาอีก วันนี้เสื้อแดงไม่มีทางตายแล้ว ปฏิเสธการดำรงอยู่ของเขาไม่ได้แล้ว

@ เรามาถึงจุดที่เป็นความขัดแย้งระหว่างอำมาตย์กับไพร่ จริงหรือ

จริงๆ เรื่องชนชั้น ผมเคยเห็นแย้งอาจารย์อมร (จันทร์สมบูรณ์) คือหลายคนไม่อยากฟังเรื่องสงครามชนชั้น มันบาดใจ แต่เราอธิบายการลุกขึ้นของคนรากหญ้ายังไง ถ้าไม่อธิบายว่าอันนี้คือการต่อสู้

คือ ชาวบ้านเขาต้องการทวงสิทธิ์ ทวงเสียงของเขาคืน ไม่ต้องการให้กลุ่มที่เป็นชนชั้นนำของประเทศ มาบงการประเทศนี้ ถ้าดีไฟน์ในแง่นี้ก็เป็นเรื่องของสงครามชนชั้นได้เหมือนกัน

มันพูดยากเพราะมันผสมกัน หมายความว่า คนชนชั้นสูงจำนวนหนึ่ง คนชั้นกลางไม่น้อย ก็อยู่ในฝ่ายแดง มันก็อาจจะพูดไม่ได้ทีเดียวว่าเป็นเรื่องชนชั้นเพียวๆ

ถ้าบอกว่า การที่คนธรรมดานี่แหละ สู้กับกลุ่มคนที่เป็นอภิสิทธิ์ชน ในเครื่องหมายคำพูด อย่างนี้ก็อาจจะพอมองได้ แล้วมันก็มีเหตุให้มอง ซึ่งมันมีปัญหาเรื่องความยุติธรรรมในสังคมไทยจริงๆ และผมก็พูดอยู่เสมอว่า วันนี้หลายคนพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปโครงสร้าง การทำรัฐสวัสดิการ การจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม

แต่ผมบอกให้ว่า ปัญหาพวกนี้ มันไม่มีทางแก้ได้ ถ้าคุณไม่แก้ไขความยุติธรรมทางการเมืองเป็นอันดับแรก ความยุติธรรมที่ว่าเขามีสิทธิ์มีเสียง และต้องเคารพสิทธิ์เขา ไม่ใช่ตราหน้าว่าเขาเป็นคนโง่ หรือ ตราหน้าว่าเขาขายเสียง ถ้าทำตรงนี้ไม่ได้ ไม่มีทาง ถ้าทำได้ก็พอไปได้ คือ ผมเชื่อว่า แดงจำนวนหนึ่งพ้นเรื่องทักษิณไปแล้ว แต่แน่นอนจำนวนหนึ่งก็มีเรื่องทักษิณอยู่

@ ทำไมพลังเงียบคนกรุงไม่ออกมา

ก็อาจจะมี คือ พวกไม่สนใจอะไร พวกรำคาญ เช่น รถติด แต่ถามว่า เขาตากแดดกันนะ เขาร้อน แต่เรารถติด แต่อยู่ในรถแอร์ แล้วจะมีใครอยากจะมีใครอยากมาตากแดดแบบนี้ ถ้าเขาไม่รู้สึกในใจของเขาถึงความไม่ยุติธรรม

มีคนบอกว่า เสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณ ถามว่าเป็นไปได้เหรอ สู้เพื่อทักษิณอย่างเดียว มันมีเหรอ มานั่งตากแดดแบบนี้ ถ้าเขาไม่คิดอะไรไปมากกว่าคุณทักษิณ นี่เราดูถูกคนมากไปมั้ง

เขาต้องคิดถึงตัวเอง คิดถึงลูกหลานตัวเอง ถึงยอมอดทนขนาดนั้น ผมว่า จริงๆ คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งเขาไม่ได้สนใจคุณทักษิณเลย แต่โอเค แดงทักษิณก็มีอยู่เยอะ แต่ถ้าทั้งหมด คงไม่ใช่ เพราะผมคิดว่า หลังรัฐประหาร คนเห็นอะไรเยอะมากขึ้น

@ ในแวดวงวิชาการ มีทั้งเสียง 303 นักวิชาการกับเสียงของกลุ่ม 5 อาจารย์ แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์จะมีคนฟังน้อยกว่า

ไม่เป็นไรครับ ผมไม่มีปัญหาหรอก เอาให้เป็นพัน ให้หมื่นก็ได้ จำไม่ได้หรือครับว่า เมื่อครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พอศาลตัดสิน 15 อาจารย์ นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ สนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็ยังนึกในใจว่า จะสนับสนุนทำไม เพราะคำตัดสินศาลเป็นที่สุดอยู่แล้ว เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ผมตลกมาก

แต่ 5 อาจารย์ไม่เห็นด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ผมและเพื่อน มีความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ในการที่จะพูดถึงปัญหาสังคมยังไง ผมไม่สนใจเลย 303 ก็ 303 แต่ 5 อาจารย์ แน่นอน แล้วทำโดยสม่ำเสมอ ถ้าจำเป็นต้องทำ

คือผมคงไม่ได้ทำอย่างนี้ตลอดไปหรอกนะ ในอนาคต ก็อาจจะให้ลูกศิษย์ ขึ้นมาทำบทบาทนี้ อาจารย์ ปิยะบุตร (แสงกนกกุล) ก็กลับมาจากต่างประเทศแล้ว ก็อาจมาช่วยกันทำได้ หรือคนรุ่นหลัง ที่สามารถเข้ามาทดแทนตรงนี้ได้

ฉะนั้น ผมไม่สนใจเลย มันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ แต่อยู่ที่เหตุผล

@ มีหลายคนมองว่า อาจารย์เป็นเสื้อแดง จริงหรือเปล่าครับ

มีคนแซวว่าผมใส่กางเกงสีแดง (หัวเราะ) คือ ผมก็ไม่รู้นะ แต่ว่ามันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โดยวิธีคิด หรือสิ่งที่ผมพูดไป มันก็ไปเข้าทางแดง ทางแดงก็มาเข้าบางส่วนกับสิ่งที่ผมอธิบาย

แต่ผมถือว่า หลักการก็คือหลักการ คุณจะเอาสีอะไรมาทา ก็เป็นสีที่คุณทาลงไป แต่ว่า มันไม่ได้แปดเปื้อน หลักการ ฉะนั้น ถ้าจะบอกว่า ผมเป็นเแดง เพราะผมไม่รับกับความยุติธรรม ที่ไม่มีมาตรฐานหรือ 2 มาตรฐาน ซึ่งผมพูดก่อนเสื้อแดงชุมนุมอีก หรือเรื่องปฏิเสธรัฐประหาร ผมก็ปฏิเสธตั้งแต่ก่อนจะมีเสื้อแดงอีก เสื้อแดงมาเกิดในช่วงหลังนะ

ซึ่งถ้ามาทีหลัง แต่ไปสอดคล้องกับหลักการที่ผมได้พูดไว้ก่อน แล้วยังไง เป็นความผิดของผมเหรอ เหมือนผมขับรถมิตซูบิชิ สีแดง ผมขับมาตั้ง 7 ปีแล้วครับ แล้วยังไงล่ะ หรือผมต้องเปลี่ยนไปขับรถสีเหลือง หรือยังไง

คือตอนนี้ ผมเริ่มแยกไม่ค่อยออกระหว่างสีเหลือง สีชมพู สีขาว ผมเริ่มพร่ามัวเรื่องสี คือ สีแดงน่ะผมรู้ แต่พอเป็น เหลือง ชมพู ขาว ผมเริ่มเห็นว่าผสมผสานแล้ว

@ อาจารย์ยังไม่ตอบเลยว่า ตกลงเป็นเสื้อแดงหรือเปล่า

(หัวเราะ) คือ ผมจะพูดยังไงล่ะ เพราะหลักการเป็นอย่างนี้ ก็มองไปเถอะ วันหน้าอาจมองผมเป็นสีอื่นก็ได้ เพราะผมถูกมองมาเยอะแล้ว

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 09 เมษายน พ.ศ. 2553

Categories: News and politics
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: