Home > News and politics > การต่อสู้ทางการเมืองภายใต้ “ความเป็นไทย” ที่หลากหลาย โดย อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

การต่อสู้ทางการเมืองภายใต้ “ความเป็นไทย” ที่หลากหลาย โดย อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

การต่อสู้ทางการเมืองภายใต้ “ความเป็นไทย” ที่หลากหลาย โดย อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

แม้ว่าสังคมไทยจะประกาศว่ามีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ทุกคนเสมอภาคกัน แต่ในชีวิตปกติทุกคนในสังคมไทยก็รู้อยู่แก่ใจว่าสังคมไทยมีลำดับชั้น แต่สังคมไทยพยายามทำให้ลำดับชั้นนั้นบาดอารมณ์ของสังคมให้น้อยลงด้วยการ เคลือบด้วยการเสแสร้งว่าอย่างน้อยก็เท่ากันในความเป็นไทย เพราะทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน ซึ่งจะต้องกล่าวให้ชัดเจนว่า “คนไทยเหมือนกัน” จะถูกใช้ในยามที่จะผ่อนคลายความตึงเครียดทางสังคมอันเกิดจากความเป็นคนไทย ที่ไม่เท่ากันและไม่เหมือนกันนั้นเอง

ความเป็นไทยจึงเป็นเรื่องของระบอบการสร้างการ ยอมรับอำนาจและสิทธิพิเศษ (Power and Privilege) ของคนบางกลุ่มในสังคมว่ามีมากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ เราอาจจะรู้สึกว่าจะนิยามหรือให้ความหมายความเป็นไทยได้ยากมาก แต่ลองนึกถึงข้อกำกับพฤติกรรมในชีวิตจริงประจำวันของเราแต่ละคน ก็จะรู้สึกถึงความเป็นไทยที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของเราได้ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ท่าทีในการคุยกับ “ผู้ใหญ่” แม้แต่คำนิยามความเป็นไทยแบบง่ายๆ และคลุมความหมายทางชาติพันธุ์ไว้ เช่น ความเป็นไทย/คนไทยมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นก็เป็นความจริงในความ สัมพันธ์เชิงลำดับชั้น เช่น เอื้อเฟื้อต่อ “ผู้น้อย” ที่ต้องสยบต่อ “ผู้ใหญ่” ไม่ใช่การเอื้อเฟื้อในลักษณะที่เท่าเทียมกัน หมายความว่าหากคุณไม่หือ เราก็จะดูแลและเอื้อเฟื้อต่อคุณต่อไปนั้นเอง

ระบอบอำนาจและสิทธิพิเศษ (Power and Privilege) ที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของคนในสังคมมาเนิ่นนานภายใต้เสื้อคลุมลักษณะทาง “ชาติพันธุ์ไทย” ครอบคลุมมิติทุกมิติไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง แต่เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงในมิติใด ก็จะมีผลกระทบต่อไปยังมิติของชีวิตด้านอื่นๆ ด้วย

ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วง ที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทางเศรษฐกิจของบรรดา “ผู้น้อย” ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม ให้ก้าวข้ามเส้นความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ ความเปลี่ยนแปลงของการเป็นเจ้าของอู่แท็กซี่ ซึ่งเดิมนั้นเป็น เจ๊กดาวน์ ลาวผ่อน แต่ตอนนี้เป็น ลาวดาวน์ ลาวผ่อน (ประมาณการว่าเจ้าของแท็กซี่ให้เช่าตอนนี้เป็นคนอีสานร้อยละห้าสิบ)

ขณะเดียวกันการเคลื่อนย้ายทางเศรษฐกิจก็ได้ทำ ให้เกิดความพยายามต่อสู้ทางการเมืองวัฒนธรรมด้วยการผลักดันแทรกวัฒนธรรมของ ชาติพันธุ์ “ผู้น้อย” เข้ามาในพื้นที่ของวัฒนธรรมไทย ดังที่ได้กล่าวถึงเพลงและตลกอีสานไว้ในคราวก่อนหน้านี้

นอกจากการก้าวข้ามเส้นกีดขวางทางเศรษฐกิจ และการแทรกเข้ามาในวัฒนธรรมไทยแล้ว ความต้องการอยู่ในสังคมไทยอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้อื่นจึงเป็นแรง ผลักดันทำให้คนจำนวนไม่น้อยในสังคมไทยหันไปพึ่งและ/หรือหยิบฉวยเอา “บุคคล” ที่เอื้ออำนวยให้พวกเขามีโอกาสที่จะก้าวพ้นความไม่เท่าเทียมมาใช้เป็น ประโยชน์ทางการเมือง

การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันนั้น ถูกตอบโต้อย่างรุนแรงเพราะการเคลื่อนไหวนั้นกำลังจะจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจรูปแบบใหม่ แต่ที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ยังคงอยู่ภายใต้กรอบความคิดหลักเดิมอยู่นั้นคือ “ความเป็นไทย” หากแต่เป็น “ความเป็นไทย” ในอีกความหมายหนึ่งเท่านั้น

การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมาไม่ได้ต้องการทำลาย “ความเป็นไทย” ดังที่จะเห็นว่าคำตอบโต้ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ยังคงใช้ฐานคิดของ ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น คนไทยด้วยกันทำไมต้องฆ่ากันเช่นนี้ หรือในขณะที่มวลชนนินทาชนชั้นนำอยู่ แต่ข้างบนเวทีก็ยังคงแสดงการยอมรับอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำอยู่ แม้ว่าคนบนเวทีจะอ้างว่าเป็นการเสแสร้ง แต่การที่พวกเขาต้องเสแสร้งเช่นนั้นก็เพราะรู้ดีว่าการนินทาของคนที่อยู่ ข้างล่างเวทีไม่ได้แสดงถึงความสุกงอมทางความคิดเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร ให้ได้ตามใจตนเอง

สภาวะคู่ขนานของการเคลื่อนไหวทางการเมืองใน สังคมไทยเช่นนี้ แตกต่างไปจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อล้มล้างความคิดหลักในสังคมอื่นๆ เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้ด้านหนึ่งก็ยอมรับที่จะอยู่ร่วมในสังคมนี้ ต่อไป ไม่ได้ต้องการที่จะสร้าง/แยกออกไปสร้างสังคมใหม่ คนส่วนใหญ่ก็ยังยอมรับในระบอบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ซึ่งก็หมายความว่าไม่ได้ต้องการหมุนสังคมทุกนิยมไทยไปสู่สังคมที่มีการจัด ระบอบกรรมสิทธิ์แบบอื่นๆ

ขณะเดียวกัน แม้ว่าการนินทาชนชั้นนำจะขยายตัวสะพรั่งมากขึ้นกว่าเดิมมากนั้น หากตามไปฟังวงการนินทาแล้ว ก็จะพบว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับผ่อนคลายความตึงเครียดทางสังคม ไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มชนชั้นกลางที่อยู่อีกฝั่งการเมืองหนึ่งเคยทำมาก่อนหน้านี้ (แน่นอนว่า ในปีกซ้ายสุดย่อมแตกต่างออกไป แต่ผมหมายถึงคนส่วนใหญ่) กลุ่มชนชั้นกลางกลับทำเป็นลืมพฤติกรรมการนินทาที่ตนเองเคยทำมาอย่างเมามันไปเสีย

การต่อสู้ทางการเมืองในวันนี้จึงเป็นการต่อสู้ เพื่อจะช่วงชิงการนิยามความหมายความเป็นไทยให้สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึก นึกคิดของกลุ่มตน

ดังนั้น หากเรามาร่วมกันสร้างคำนิยาม “ความเป็นไทย” ให้กว้างพอที่จะรับความคิดทุกคนได้และพยายามทำให้ความหมายของความเป็นไทยที่ นิยามขึ้นใหม่นั้นสามารถกำกับอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดคนได้จริงๆ การต่อสู้ทางการเมืองก็จะหันเหเข้าสู่ระบบที่ไม่ต้องรบและฆ่ากันอีก

ผมเสนอว่าเราควรจะนิยาม “ความเป็นไทย” ว่าเป็นความรักใน “ความยุติธรรมและเสมอภาคภาค” ซึ่งก็จะสอดคล้องและกว้างขวางพอที่จะรองรับความรู้สึกนึกคิดของคนทุกกลุ่มใน สังคมไทยได้

หากความรักใน “ยุติธรรมและเสมอภาค” ซึ่งก็เป็นความหมายเดียวกับ “ความเป็นไท” (ไม่มี ย.ยักษ์) และกลายมาเป็นหลักใน “ความเป็นไทย” ได้ เราทั้งหมดก็จะได้เข้ามาร่วมกันค่อยๆ ประคองสังคมไทยให้เดินไปสู่ความยุติธรรมและเสมอภาคมากขึ้น ชนชั้นนำไทยก็จะสามารถหันกลับปรับตัวเข้ามาสู่ความเป็นไทยได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องตั้งป้อมทำลายล้างกัน คนกลุ่มใหม่ก็จะเป็นพลังหลักในการสร้างสังคมเสมอภาคและยุติธรรม

ผมเสนอเช่นนี้ ก็เพราะคิดว่าไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นโดยปราศจากรากฐานทางประวัติ ศาสตร์ และไม่เคยมีความพยายามยับยั้งความเปลี่ยนแปลงหรือแช่แข็งสังคมประสบความ สำเร็จได้ในประวัติศาสตร์ของโลกที่ผ่านมา หากเราสร้างอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นเงื่อนไขให้คนแต่ละกลุ่มในสังคมยึดเอาไว้ เพื่อปรับตัวให้อยู่ร่วมกันต่อไปได้อย่างสันติที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ลองทำครับ

กรุงเทพธุรกิจ, วันศุกร์ที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

—————————————-

ประวัติ รศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

รองศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หนึ่งในผู้ร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์ จากประเทศญี่ปุ่น
จบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาประวัติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: