Home > News and politics > โลกเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน, สรกล อดุลยานนท์

โลกเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน, สรกล อดุลยานนท์

โลกเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยน

โดย สรกล อดุลยานนท์

วันก่อนมีโอกาสได้อ่านเอกสารข้อสรุปและข้อเสนอของคณะกรรมการที่ตรวจสอบ “ข้อเท็จจริง” ในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม

อ่านแล้วอึ้งครับ

คณะกรรมการชุดนี้สรุปว่า ความผิดพลาดครั้งนี้เกิดขึ้นมาจาก “นายกรัฐมนตรี” คิดว่าด้วยกำลังกองทัพที่หนุนหลังและคะแนนเสียงพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถบริหารราชการแผ่นดินไปได้

ทำให้ไม่ฟังเสียงประชาชน

ทางหน่วยข่าวกรองของทหารก็รายงานผิดพลาด โดยแจ้ง “ผู้บังคับบัญชา” ว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่ถึงหมื่นและเป็น “มวลชนจัดตั้ง”

นอกจากนั้น ยังประเมินผู้ชุมนุมว่า “จะมาทำลายความสงบเรียบร้อย

และเป็น “ผู้ก่อการร้าย

ความผิดพลาดต่อมา คือกองกำลังที่เข้าปฏิบัติการ เป็นกำลังพลที่ไม่เคยฝึกปราบปรามการก่อความไม่สงบหรือจลาจล

อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ก็เป็นอาวุธที่ใช้ในสนามรบและ “กระสุนจริง

ในการสลายการชุมนุม ทหารที่ใช้กำลังก็เพราะเชื่อว่ากำลังปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ และขัดขวาง “บุคคลที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติและราชบัลลังก์

หลังการสอบสวน คณะกรรมการชุดนี้มีข้อเสนอทั้งระยะสั้นและระยะยาว

เขาเสนอว่าในระยะสั้นควรจะ

1.ปรับย้ายผู้บังคับบัญชาที่ใช้วิจารณญาณผิดพลาดและดึง “กองทัพ” ไปเกี่ยวข้องกับการเมืองตั้งแต่ต้น

2.ปรับย้ายฝ่ายเสนาธิการที่ปฏิบัติการผิดพลาด

ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว “ควรจะปลูกฝังประชาธิปไตยให้เกิดในหมู่ทหาร-สถาบันการศึกษาของทหารทุกระดับ”

ให้ทุกฝ่ายเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของตนในระบอบประชาธิปไตย

หน่วยทหารและผู้นำหน่วยจะต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง

จะต้องลบล้างความรู้สึกที่ว่าประเทศไทยจะต้องปกครองโดยทหาร

และทหารจะเป็นองค์กรหลักในการจัดตั้ง “รัฐบาล” หรือจัดตั้ง “วุฒิสภา”

ทั้งหมดนี้คือ “ข้อสรุป” ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมของประชาชนระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม

พ.ศ.2535

ไม่ใช่ปี 2553

“พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์” องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้

ที่บอกว่า “อ่านแล้วอึ้ง” ก็เพราะรู้สึกว่า 18 ปีผ่านไป วิธีคิดของรัฐบาลและกองทัพยังคงเหมือนเดิม

ทั้งการมองว่าเป็นมวลชนจัดตั้งหรือคิดว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย”

ที่สำคัญ ถ้าข้อเสนอระยะยาวเมื่อ 18 ปีที่แล้วเป็นจริง

ไม่ว่าจะเป็นการปลูกฝังประชาธิปไตยในหมู่ทหาร และทำให้นายทหารทุกคนเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนในระบอบประชาธิปไตย ไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง

19 กันยายน 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน คงไม่ทำรัฐประหาร

ธันวาคม 2551 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา คงไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร

และเดือนเมษายน 2554 เราคงไม่ได้ยินคำขู่ว่า “อย่าให้ทหารจับปืน”

18 ปีผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก

แต่ใครจะไปนึกว่าทันทีที่เกิดเหตุโทรทัศน์จอดำทุกช่อง

คนส่วนใหญ่ตกใจเพราะคิดว่ากองทัพทำรัฐประหาร

คำถามก็คือความคิดของคนไทยไม่ปลี่ยน

หรือใครที่ไม่ยอมเปลี่ยน

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 23 เมษายน 2554)

มติชน, 23 เมษายน พ.ศ. 2554

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: