Home > Health and wellness > สมหมาย ทองประเสริฐ

สมหมาย ทองประเสริฐ

นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ

ประวัติ นายแพทย์ สมหมาย ทองประเสริฐ

เกิด : 27 ธันวาคม พ.ศ.2464
อายุ : 91 ปี
ภูมิลำเนา : จ.สิงห์บุรี
พี่น้อง : 7 คน
ประวัติการศึกษา นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ :
– โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ถนนสี่พระยา จนจบ ม.5
– โรงเรียนอำนวยศิลป์ ม.6 – ม.8
– จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเภสัชศาสตร์ ปริญญาตรี
– แพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รุ่น 55

ประวัติการทำงาน นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ :
– สถานเสาวภา สภาชาดไทย ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ วัคซีน, เซรุ่ม
– แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลศิริราช
– หัวหน้าศัลยแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช
– ควบคุมดูแล คลังโลหิต โรงพยาบาลศิริราช
– แพทย์ประจำ โรงพยาบาลสิงห์บุรี
– ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสิงห์บุรี
– นายแพทย์ประจำ สาธารณสุข จ.สิงห์บุรี
– เปิดคลินิกรักษาโรงมะเร็ง จ.สิงห์บุรี (เชี่ยวชาญการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง)

———————————————-

เมื่อโลกตะวันตกพบตะวันออก ณ ‘โรคมะเร็ง’

โดย นิรันศักดิ์ บุญจันทร์

เจ้าของผมบลอนด์ทอง ตาสีน้ำข้าว ตบเท้าเดินทางมารักษาโรคร้าย ณ คลินิกแห่งนี้ อย่าถามว่ามียาอะไรดี หากเพราะมีคุณหมอที่รู้จักและใช้ใจรักษา มะเร็ง

ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่กำลังถูกโรคมะเร็งสารพัดชนิดคุกคาม จากข้อมูลสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งของกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2553 พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็ง 241,051 คน หรือมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นปีละ 80,350 คน …และโรคมะเร็งนี้เองที่กลายเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 56,058 ราย หรือเดือนละ 4,671 ราย

ส่วนปี 2554 มีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 สำหรับโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับคนไทยมากที่สุด คือโรคมะเร็งปอด จากสถิติมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นกว่ามะเร็งชนิดอื่น และที่น่าวิตกคือพบว่าเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-15 ปีมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มเริ่มสูบบุหรี่จำนวนมากในปัจจุบัน

ทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉลี่ยปีละ 1 หมื่น 6 พันล้านบาท โดยคนเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยเป็น เพศชาย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือ โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก ตามลำดับ ส่วนในเพศหญิงพบโรคมะเร็งที่เป็นมากที่สุด คือ โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งตับและปอด…

สำหรับสถานการณ์มะเร็งทั่วโลกนั้น จากสถิติและการคาดการณ์จากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ประมาณเอาไว้ว่าในปี ค.ศ.2030 จะมีผู้ป่วยตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 11.4 ล้านคน และคาดการณ์ว่าประมาณปี ค.ศ.2005-2015 จะมีผู้ป่วยตายด้วยโรคมะเร็งโดยไม่ได้รับการรักษาประมาณ 84 ล้านรายทั่วโลก และร้อยละ 40 สามารถป้องกันโรคได้

มะเร็ง : เหมือนปลาในทะเลทราย

คนเป็นมะเร็ง เปรียบเสมือนปลาที่อยู่กลางทะเลทราย และต้องกระเสือกกระสนแหวกว่ายหนีตาย เพื่อแสวงหาแหล่งน้ำให้หลุดพ้นจากความตายให้ได้ ไม่ว่าแหล่งน้ำนั้นจะอยู่ ณ ที่ใดในซอกมุมโลกนี้ก็ตาม ทั้งที่เป็นคนไทย และคนอื่นๆ บนโลกใบนี้

แหล่งน้ำจึงหมายถึง หมอ หรือ นายแพทย์หรือ สถานพยาบาล ที่คนเป็นโรคมะเร็งต่างแสวงหา ราวกับปลาที่หนีตายจากท้องทะเลทรายหมายพบแหล่งน้ำ เพื่อให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัยจากโรคมะเร็งที่เป็นอยู่

ในประเทศไทยนั้น นอกเหนือจากโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนที่ให้การรักษาคนป่วยโรคมะเร็งแล้ว ยังมีคลินิก ตลอดจนแหล่งรักษาทางเลือกอีกมากมาย

แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งที่โด่งดังและมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมารักษามากมาย ที่นั่นคือ คลินิกนายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ หรือที่ใครๆ เรียก หมอเทวดา ซึ่งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดสิงห์บุรี

นายแพทย์แผนปัจจุบันคนนี้ อุทิศตัวศึกษาวิจัยค้นคว้าสมุนไพรไทยมานานกว่า 40 ปี เพื่อแสวงหาตัวยาสำหรับการนำมารักษาโรคมะเร็ง จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง

นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ เป็นคนจังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันอายุ 91 ปี แต่ยังแข็งแรง สามารถตรวจคนไข้ทุกวัน วันละร่วมๆ 100 กว่าคน ทำงานแต่เช้าจนถึงค่ำมืด โดยมีอัศวิน ทองประเสริฐ ลูกบุญธรรมช่วยเหลืองานด้านบริหารและสืบสานกิจการทั้งหมดของคุณหมอ

คุณหมอจบการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบแพทยศาสตรบัณฑิตเหรียญทอง จากโรงพยาบาลศิริราช ในระหว่างศึกษาได้ทำงานในร้านขายยาเพื่อส่งเสียตัวเองมาโดยตลอด จนจบการศึกษาในปี 2494 นอกจากนี้ ยังเคยเป็นแพทย์ประจำตัว จอมพล ป.พิบูลสงคราม อีกด้วย

ทุกวันนี้หมอสมหมายเปิดคลินิกรักษาโรคมะเร็งอยู่ที่บ้านเกิด โดยใช้ความรู้แพทย์แผนปัจจุบันผสานกับการรักษาด้วยสมุนไพรไทยเพื่อรักษาโรคมะเร็ง โดยเริ่มทดลองใช้สมุนไพรรักษาโรคมะเร็งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2512 จนประสบความสำเร็จในปี พ.ศ.2520 จึงได้ลาออกจากราชการมาเพื่อรักษามะเร็งโดยเฉพาะ จนกระทั่งสามารถรักษาโรคมะเร็งหลายชนิดให้หายได้

…และกลายมาเป็น บ่อน้ำ ของใครหลายคน

โลกตะวันตกมุ่งสู่ตะวันออก

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เริ่มมีคนป่วยจากหลายชาติทั่วโลกดั้นด้นมารักษากับคุณหมอสัญชาติไทยรายนี้

น่าคิดว่า ทำไมเส้นทางของคนเป็นโรคมะเร็งจากซีกโลกตะวันตก จึงทอดยาวข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงสิงห์บุรี ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่ในประเทศโลกตะวันตกนั้น ขึ้นชื่อว่าก้าวล้ำนำยุค คนไทยเองหลายคนลงทุนข้ามน้ำข้ามทะเลไปบำบัดถึงเมืองนอกเมืองนา

และคำถามที่เกิดตามมาก็คือ ชาวต่างประเทศที่เริ่มหลั่งไหลมารักษามะเร็งกับคุณหมอสมหมายนั้น พวกเขารับรู้ด้วยวิธีใด

จากการสอบถามคนไข้ชาวต่างประเทศบางคน รวมทั้งข้อมูลสถิติที่ทางคลินิกเองได้รวบรวมเอาไว้ ทำให้ทราบว่าการรับรู้ของชาวต่างชาติที่มีต่อสถานรักษาโรคมะเร็งแห่งนี้มีหลายทางด้วยกัน

อันดับแรก รู้จักคนไทย ส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติที่มีเพื่อน หรือไม่ก็คู่ชีวิตที่เป็นคนไทย ทั้งในส่วนที่มีครอบครัวและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย รวมถึงรายที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ แล้วเดินทางมาเยือนเมืองไทย

อันดับต่อมา รู้จากสื่อหลายแขนง นับตั้งแต่สื่อสิ่งพิมพ์ของต่างประเทศที่นำเอาเรื่องราวของคุณหมอสมหมายไปตีพิมพ์เผยแพร่ รวมทั้งสื่อโทรทัศน์ทั้งไทยและเทศที่เดินทางเข้ามาถ่ายทำ

นอกจากนี้แล้ว สื่ออินเทอร์เน็ตก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติในหลายๆ ประเทศรู้ถึงกิตติศัพท์ของ นพ. สมหมาย ทองประเสริฐ ในการรักษาโรคมะเร็ง และนับวันจะยิ่งกระจายในเครือข่ายสังคมออนไลน์มากขึ้น

ส่วนวิธีการเดินทางมาเพื่อรักษาที่ จ.สิงห์บุรีนั้น ถ้าจะแยกแยะให้เห็นถึงวิธีเพื่อสู่จุดหมายปลายทางที่คลินิกแห่งนี้แล้ว ชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งรู้และมีคนไทย ซึ่งอาจจะเป็นสามีภรรยา หรือเพื่อนที่เป็นคนไทยแนะนำพร้อมพามารักษา

แต่สำหรับชาวต่างชาติอีกประเภทหนึ่งนั้น ไม่เคยรู้จักประเทศไทยมาก่อน แต่พยายามเสาะแสวงหาด้วยการเดินทางมาถึงเมืองไทย และสอบถามข้อมูลต่างๆ แล้วเดินทางมารักษาจนถึงที่ด้วยตนเอง โดยมีทั้งมาคนเดียวและมาพร้อมกับญาติหรือคนใกล้ชิด

เหตุจูงใจ : ฝูงปลาดิ้นหาน้ำ

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ ในช่วงระยะเวลา 4-5 เดือนที่ผ่านมานั้น มีชาวต่างชาติเดินทางมารักษามะเร็งมากขึ้นและมากขึ้น

สาเหตุแรก คือ โรคมะเร็งนั้น ถ้าใครเป็นแล้วไม่รักษา หรือรักษาอย่างไม่ถูกต้อง หนทางจะรอดชีวิตนั้นมีน้อยมาก…แต่เมื่อพวกเขารู้ว่าวิธีการรักษาของหมอสมหมายนั้นได้ผล และเมื่อชาวต่างชาติที่รับการรักษาแล้วได้ผล จึงมีการพูดกันปากต่อปาก…ทำให้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเดินทางมารักษาโรคมะเร็งชนิดต่างที่คลินิกมากขึ้นเป็นลำดับ

อัศวิน ทองประเสริฐ ผู้บริหารงานคลินิกหมอสมหมาย ทองประเสริฐได้เปิดเผยอีกว่า ความสำเร็จในการรักษาโรคมะเร็งนั้น มาจากการใช้ศาสตร์ของแพทย์แผนปัจจุบันและตัวยาสมุนไพรไทยที่คุณหมอคิดค้นมานาน โดยไม่ได้รักษาแต่แผนปัจจุบันอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการรักษาด้วยการฉายแสง เคมีบำบัด รวมทั้งการทำคีโมเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งนั้น ส่งผลข้างเคียงกับร่างกายของคนป่วยมากมาย แตกต่างจากการรักษาด้วยทางเลือกหรือใช้สูตรของยาสมุนไพรไทยมาผสมผสาน ยกเว้นมะเร็งตับระยะรุนแรง

อีกสาเหตุหนึ่งก็น่าจะมาจากการค่ารักษา ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมากกับการรักษาตามโรงพยาบาลทั่วๆ ไป ที่นี่ราคาถูกกว่า เพราะตัวยาที่นำมาปรุงนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นพืชผักพื้นบ้านที่มีอยู่ตามท้องถิ่น

ไมเคิล แฮริสัน ชาวสกอตแลนด์ วัย 52 ปี ชายคนนี้ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่คอ และต่อมทอมซิล

เขาเล่าถึงความเป็นมาก่อนจะเดินทางมารักษามะเร็งที่คลินิกหมอสมหมาย ทองประเสริฐเป็นครั้งแรกว่า

ผมทราบเรื่องคุณหมอสมหมายจากเพื่อนของภรรยาแนะนำมาอีกทีหนึ่ง รู้สึกสนใจเพราะรักษามาหลายแห่ง แต่ยังไม่กระเตื้องเลย ภรรยาผมจึงพามารักษาที่คลินิกคุณหมอสมหมาย มาถึงตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้า เข้าคิวยาวมากและได้ตรวจตอนห้าโมงเย็น

เมื่อถามถึงการรักษาในโรงพยาบาลที่สกอตแลนด์ เขาบอกว่า การรักษาด้วยสมุนไพรที่สกอตแลนด์ก็พอมีบ้าง แต่ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นหมอฝังเข็ม และแม้ว่าเทคโนโลยีการแพทย์จะเจริญก้าวหน้า แต่การรักษาต้องใช้เวลานาน คิดว่าที่นี่เร็วกว่า ที่สำคัญ ไม่ต้องจ่ายค่ารักษาแพง

ด้าน ชาร์ลส์ วินเซนท์ เคลลี่ ชาวอเมริกาวัย 67 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด

เขารู้จักคลินิกนี้ผ่านเพื่อนชาวต่างชาติ ซึ่งไปเจอกันเพราะรักษากับคุณหมอคนเดียวกันที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยเพื่อนเล่าให้ฟังว่าไปรักษาที่คุณหมอสมหมายแล้วอาการน้ำท่วมปอดหายและดีขึ้นมาก จึงสนใจอยากลองมาหาดู ภรรยาจึงพาเดินทางจากสกลนครมาสิงห์บุรีเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้ผมเคยรับการรักษาทั้งในจังหวัดอุดรธานี และโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ แต่อาการก็ยังทรงๆ ไม่ดีขึ้น และเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นก็แพงมากๆ ภรรยาเองก็เชื่อในเรื่องประโยชน์ของสมุนไพรจึงอยากพาผมมาหาคุณหมอสมหมายเพราะทราบว่าคุณหมอสมหมายรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กับการรักษาด้วยสมุนไพร

นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ไซมอน เอเดรียนนัส วัย 71 ก็มาพร้อมกับโรคมะเร็งที่ขาขวาและต่อมลูกหมาก

เขาเป็นอีกคนที่ดั้นด้นเดินทางรักษาโรคมะเร็งหลายแห่ง แต่ไม่ได้ผล โดยเฉพาะมะเร็งที่ขาข้างขวาของเขานั้น เป็นแผลกว้างชนิดเห็นถึงกระดูกขาวๆ เลยทีเดียว

ทำไมผมถึงมารักษาที่คลินิกนายแพทย์สมหมายงั้นหรือ…แรกทีเดียวนั้นผมมีโอกาสได้ดูเรื่องราวเกี่ยวกับคุณหมอในทีวีรายการหนึ่ง จึงให้ผู้ช่วยหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่าคลินิกนี้อยู่ที่ไหน พอได้ข้อมูลมาแล้ว จึงได้ให้ภรรยาชาวพามาพบคุณหมอครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้ผมมาหาคุณหมอครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว

ไซมอน เล่าอีกว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารับการรักษากับหมอที่ประเทศฮอลแลนด์ หมอที่นั่นวินิจฉัยโรคแล้วแนะนำว่าควรตัดขา และนัดผ่าตัดในวันที่ 28 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา

ผมทำใจไม่ได้เลย พอรู้ว่าต้องตัดขา อาการก็ทรุดลง ทานข้าวไม่ได้ น้ำหนักลด มีอาการปวด จนได้รู้ข่าวเกี่ยวกับหมอสมหมายนั่นแหละจึงตัดสินใจมาหา พอมาหาคุณหมอสมหมายบอกว่าไม่จำเป็นต้องตัดขาถึงตัดก็ไม่แน่นอนว่าจะหาย เพราะมะเร็งได้ลามไปที่ต่อมลูกหมากแล้ว และคุณหมอบอกอีกว่าสามารถหยุดไม่ให้มะเร็งลามได้โดยการทานยา

หลังจากได้รับการรักษาจากคุณหมอและทานยาไปประมาณ 1 เดือน ความประหลาดใจเกิดแก่ไซมอนแถมกำลังใจกลับมาอีกเป็นกอง เพราะอาการดีขึ้น แผลไม่บวม สามารถนอนหลับได้ตามปกติ และไม่ต้องกินยาแก้ปวด

1 เดือนผ่านไป เขากลับมาหาคุณหมออีกครั้ง มะเร็งที่ต่อมลูกหมากหายไปจึงรับยาไปทานต่อ

ชายวัย 71 กลับมาหาคุณหมออีกครั้งเมื่อปลายมิถุนายนเพราะยาหมด พร้อมกับขาที่แผลเริ่มแห้ง หายบวม กลับมาขับรถได้ตามปกติ หลังมะเร็งทำให้เขาร้างราจากพวงมาลัยมานาน

คุณรู้มั้ย…ค่ารักษาที่ฮอลแลนด์นั้นแพงมากๆ หลายแสน เคยรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองไทยสองสามแห่ง แพงเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้ผล เมื่อเปรียบเทียบกับค่ารักษาที่คลินิกนี้แล้วถูกมากๆ แต่อาจต้องใช้ระยะเวลานานหน่อย เท่านั้นเอง

บ่อน้ำ แห่งสิงห์บุรี คงมีปลาว่ายข้ามทวีปมาพักพิงอีกนับไม่ถ้วน…

กรุงเทพธุรกิจ, 15 สิงหาคม 2554

———————————————-

องค์การเภสัชเล็งผลิตยามะเร็งหมอสมหมายปี55

หลังสมหมายได้มอบสูตรตำรับสมุนไพรแก่องค์การเภสัชกรรม เพื่อเตรียมเป็นสารสกัดและผลิตเป็นยาแคปซูลเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย แต่จากการรวบรวมข้อมูลการวิจัยพบสารที่สกัดได้มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่

(8ก.ย.) นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการเภสัชกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเรื่อง “ชาวบ้านแห่รักษามะเร็ง คลินิกชื่อดังของนายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ ที่จังหวัดสิงห์บุรี ด้วยยาสมุนไพรควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน มีการนำไปทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลและองค์การเภสัชกรรม โดยเตรียมจะผลิตออกจำหน่ายในปี 2555 นั้น ว่านายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ อายุ 89 ปี เป็นอดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศิริราชและผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี ปัจจุบันได้เปิดคลินิกรักษาโรคที่จังหวัดสิงห์บุรี

คนไข้ส่วนใหญ่ของคลินิกนี้จะเป็นผู้ป่วยมะเร็ง โดยมีการให้ยาแผนปัจจุบันร่วมกับการใช้ตำรับยาสมุนไพรรวมในการรักษามะเร็งตามที่ข่าวเผยแพร่ นายแพทย์สมหมายได้มอบสูตรตำรับสมุนไพรนี้ให้แก่องค์การเภสัชกรรมเพื่อเตรียมเป็นสารสกัดและผลิตเป็นยาแคปซูลเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย จากการรวบรวมข้อมูลการวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรตำรับดังกล่าว พบว่าสารสกัดตำรับสมุนไพรนี้มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Anti-angiogenesis) ในหนูทดลองซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการทดลองค้นคว้ายาลดการแพร่กระจายของมะเร็ง และสารสกัดสมุนไพรตำรับนี้ได้ผ่านการศึกษาด้านความเป็นพิษเรื้อรังเรียบร้อยแล้ว

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า ในปี พ.ศ.2552 สถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม ได้รับความร่วมมือจาก Dabur Research Foundation ประเทศอินเดีย ในการทบทวนผลการศึกษาวิจัยทั้งหมดที่ผ่านมา และทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบถึงกลไกการออกฤทธิ์ของสมุนไพรตำรับนี้ โดยทำการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ในหลอดทดลอง และในสัตว์ทดลองเพิ่มเติม พบว่าสารสกัดสมุนไพรฯ มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ และยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยก่อนนี้ที่ทำในประเทศ ซึ่งฤทธิ์ทั้งสองดังกล่าวเป็นกลไกที่สำคัญของการพัฒนายาต้านมะเร็งสมัยใหม่เพื่อใช้เสริมในการรักษามะเร็งจากการให้ยาเคมีบำบัด ฉายรังสี และการผ่าตัด

อย่างไรก็ดีองค์การเภสัชกรรมยังไม่ได้มีการศึกษาวิจัยทางคลินิกหรือในคนของสารสกัดสมุนไพรตำรับนี้ในผู้ป่วยมะเร็งแต่อย่างใด มีเพียงข้อมูลจากประสบการณ์การใช้สมุนไพรตำรับนี้ในคลินิกของนายแพทย์สมหมาย

สำหรับสมุนไพรตำรับนี้มีส่วนผสมของสมุนไพร 7 ชนิด ประกอบด้วย พุทธรักษา ไฟเดือนห้า ปีกไก่ดำ พญายอ เหงือกปลาหมอ แทงทวย และข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมมีแผนที่จะผลิตเป็นยาแผนโบราณเพื่อจำหน่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งจากข้อมูล ณ ปัจจุบันที่ยังไม่ได้มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยมะเร็ง จึงยังไม่สามารถอ้างสรรพคุณในการใช้เป็นยาต้านมะเร็งได้ คาดว่าเมื่อผ่านการขึ้นทะเบียนจากอย.แล้วองค์การเภสัชกรรมจะสามารถจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปได้

คมชัดลึก, 8 กันยายน 2553

———————————————-

องค์การเภสัชฯขึ้นทะเบียนยา นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ

“หมอสมหมาย” เจ้าของสูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็งปลื้ม อย.ขึ้นทะเบียนระบุเป็นยาแก้น้ำเหลืองเสีย แต่ติดปัญหาผลิตออกขายไม่ได้ เหตุ “สมุนไพรปีกไก่ดำ” ขาดแคลน เล็งส่งเสริมเกษตรกรช่วยปลูก นักวิจัยรับหายากเตรียมบุกอีสานกว้านซื้อ คาดเดือน เม.ย.ผลิตได้ 200-300 ขวด

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรสูตรของ นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ อายุ 89 ปี อดีต ผอ.โรงพยาบาลสิงห์บุรี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมอเทวดา” ซึ่งเปิดคลินิกรักษาโรคที่ จ.สิงห์บุรี โดยมีการใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมกับการใช้ตำรับยาสมุนไพรในการรักษาโรคมะเร็ง โดย นพ.สมหมาย ได้มอบสูตรตำรับยาสมุนไพรให้แก่ องค์การเภสัชกรรม ว่า เบื้องต้นองค์การเภสัชกรรมได้รับการอนุญาตจากทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสมุนไพรสูตรดังกล่าวแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุสรรพคุณคือแก้น้ำเหลืองเสียไม่ใช่รักษาโรคมะเร็ง

“แต่ปัญหาในตอนนี้ คือ สมุนไพรที่นำมาผลิตยาสมุนไพรสูตรดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วย พุทธรักษา ไฟเดือนห้า ปีกไก่ดำ พญายอ เหงือกปลาหมอ แพงพวย และข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ นั้น พบว่า สมุนไพรปีกไก่ดำ ยังขาดแคลนอยู่มาก จึงต้องมาวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้มีสมุนไพรเพียงพอในการผลิต ซึ่งอาจจะต้องเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรช่วยกันปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้นเพื่อจะได้มีวัตถุดิบเพียงพอในการผลิต ส่วนการผลิตเพื่อออกจำหน่ายนั้นคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6-8 เดือน” นพ.วิทิต กล่าว

ด้าน ภญ.วนิดา จันทรเทพเทวัญ นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชฯ กล่าวว่า ปัญหาในการผลิตคือ สมุนไพรปีกไก่ดำ หรือ ม้าอีก่ำ ช่วงนี้หายากจึงยังไม่สามารถผลิตออกจำหน่ายได้ ตอนนี้กำลังจะไปดูสมุนไพรตัวนี้แถว จ.อุบลราชธานี หนองคาย และ จ.อุดรธานี เพราะแถวภาคอีสานจะมีสมุนไพรชนิดนี้มาก แต่เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้งอาจจะมีไม่มากและคงมีราคาสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยสนใจสามารถมาติดต่อได้ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาใน อภ. คาดว่าในเดือน เม.ย. นี้คงจะผลิตยาสมุนไพรดังกล่าวออกมาได้ประมาณ 200-300 ขวด เท่านั้น โดยขวดหนึ่งจะมี 60 แคปซูล

ขณะที่ นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ กล่าวว่า รู้สึกดีใจ เพราะจะได้เป็นหลักฐานเสียที ว่า ยาของเราเป็นสมุนไพรที่ อย. สนใจจะไม่เป็นที่ครหาของแพทย์ทั้งหลายที่ไม่เห็นด้วย ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจหลังทุ่มเทคิดค้นสูตรมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 ต่อไปยาสูตรของตนคงจะเป็นประโยชน์ในการรักษามะเร็งและช่วยเหลือมนุษยชาติให้ รอดพ้นจากโรคมะเร็งได้มากขึ้น.

เดลินิวส์, มีนาคม 2553

  1. บี ณ กาญจน์
    6 September 2011 at 3:07 PM

    อ่านประวัติคุณตาแล้วนับถือมาก

    บุญของท่านมากมายจริง ๆ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: