Home > News and politics > เลือกคนไม่รัก เลือกพรรคที่ชอบ, สมชาย ปรีชาศิลปกุล

เลือกคนไม่รัก เลือกพรรคที่ชอบ, สมชาย ปรีชาศิลปกุล

เลือกคนไม่รัก เลือกพรรคที่ชอบ

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

ผลการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นปรากฏการณ์ที่สนใจอย่างมาก เมื่อผู้สมัคร ส.ส. หลายคนที่ว่ากันว่านอนมา

หรือเป็นผู้สมัครประเภทที่มีโอกาสได้ลุ้นเป็นตำแหน่ง ส.ส. ต่างต้องพ่ายแพ้แก่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยไปอย่างขาดลอย

ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้สมัครท่านหนึ่งซึ่งทำงานกับพื้นที่มาอย่างยาวนานในทางสาธารณสุข ว่ากันว่า เป็นคนที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือกันอย่างกว้างขวางในฐานะของ “คนดี” ที่เป็นผู้เสียสละและทุ่มเทให้กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ถูกคาดหมายว่าจะได้รับคะแนนจากชาวบ้านอย่างท่วมท้นและแทบจะปิดประตูแพ้ในการเลือกตั้งแต่กลับต้องกลายเป็นผู้สอบตกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

แน่นอนว่า ในเมื่อคนดีที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมากขนาดนี้ยังสอบตก นับประสาอะไรกับผู้สมัคร ส.ส. คนอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ไม่ได้สังกัดกับพรรคเพื่อไทยจะพากันพ่ายแพ้กันไปอย่างถ้วนหน้า และเป็นการพ่ายแพ้ชนิดไม่ค่อยมีโอกาสลุ้นเป็นส่วนใหญ่

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวคนหนึ่งซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แสดงออกถึงการลงคะแนนของตนกับผมโดยไม่ต้องตั้งคำถามแต่อย่างใดว่าจะเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เขาก็ยอมรับว่าผู้สมัครคนดังกล่าวอาจจะ “ไม่ดี” เทียบเท่าผู้สมัครคนอื่น เพราะไม่ค่อยจะโผล่หน้ามาหน้าเสียงกับชาวบ้านมากนัก แต่เขาก็ยืนยันว่าจะเลือกผู้สมัครคนนี้และผลการเลือกตั้งก็คือผู้สมัครที่แทบไม่ได้หาเสียงอะไรเลยก็ได้รับคะแนนสูงสุดและอย่างท่วมท้น

ผมอยากอธิบายว่านี่คือการหย่อนบัตรในแบบ “เลือกคนไม่รัก เลือกพรรคที่ชอบ” อันมีความหมายว่าจะลงคะแนนให้กับคนที่ไม่รักก็ได้แต่ต้องสังกัดพรรคที่ชอบ อันตรงกันข้ามกับคำโฆษณาของ กกต. ว่าให้เลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบ ปรากฏการณ์เช่นนี้บ่งบอกความหมายใดในทางการเมืองได้บ้าง

ในเบื้องต้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงคะแนนในลักษณะเช่นนี้ เป็นการให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองมากกว่าเพียงคุณสมบัติตัวบุคคล เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตามหากมาลงสมัครในนามของพรรค ถ้าไม่ได้ขี้ริ้วมากจนเกินไป ก็สามารถได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนผู้นิยมในพรรคเพื่อไทย (การลงคะแนนเสียงที่พิจารณาถึงความสำคัญของพรรคการเมืองไม่น้อยไปกว่าคุณสมบัติส่วนบุคคลถือเป็นการออกเสียงที่มีคุณภาพแบบหนึ่งมิใช่หรือ แต่ก็ไม่น่าเชื่อนะครับว่ามักจะมีข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายเสียงเป็นตราบาปกับชาวบ้านรากหญ้าอยู่อย่างสม่ำเสมอ)

ประเด็นที่ต้องการคำอธิบาย ก็คือว่า ทำไมจึงต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ รักษ์สันติ ชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทยมีความแตกต่างไปจากพรรคการเมืองอื่นอย่างไร จึงทำให้กลายเป็นแบรนด์ที่ขายได้กับประชาชนจำนวนมาก

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยจำนวนไม่น้อยคือคนเสื้อแดง อันหมายถึงชนชั้นกลางระดับล่างซึ่งขยายตัวออกอย่างกว้างขวางในสังคมไทยในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมาทั้งในเขตเมืองและกึ่งเมืองกึ่งชนบท อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้ยังไม่มีพื้นที่ในทางการเมืองที่เปิดออกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตนได้อย่างเต็มที่

จำนวนไม่น้อยเป็นผู้ที่ต้องสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ในฐานะของผู้รับจ้างเหมาเย็บเสื้อผ้า ผู้รับเหมาก่อสร้าง พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน คนทำงานฝีมือส่งร้านค้าขายแก่นักท่องเที่ยว เป็นต้น การสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจในลักษณะแบบนี้ ทำให้พวกเขาทั้งหลายต้องออกมาเผชิญกับคนกลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในสังคม แต่ก็จะพบว่าอำนาจของเขาในการต่อรองนั้นมีอยู่ไม่มาก หากต้องเจอกับขาใหญ่จำนวนมากที่ยืนค้ำอยู่ในระบบ

นโยบายของรัฐบาลหรือนักการเมืองที่ทำให้พวกเขาสามารถมีอำนาจมากขึ้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งจะเป็นคำตอบว่าเพราะเหตุใดแม้จะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีจึงยังขายได้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงความเป็นประชานิยมเท่านั้น แต่ในหลายเรื่องได้ทำให้ชาวบ้านตระหนักใน “อำนาจ” ที่เพิ่มมากขึ้นยามต้องเผชิญกับคนที่เคยยืนค้ำหัวอยู่

คำโฆษณาเรื่องไพร่/อำมาตย์ สองมาตรฐาน ซึ่งกลายเป็นคำที่อยู่ใช้อย่างกว้างขวางก็เพื่อให้เห็นว่ามีความไม่เท่าเทียมกันอยู่ การพูดถึงประเด็นนี้ก็ต้องหมายรวมไปถึงการพยายามจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น การปราศรัยหลายประเด็นที่สร้างความหวาดกลัวและขุ่นเคืองแก่ชนชั้นนำก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการทำให้เห็นถึงความล้าหลังที่ต้องมีการเปลี่ยน (แต่ส่วนจะตั้งใจทำจริงหรือไม่ และจะทำได้จริงหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องต่างหาก)

ก็มีแต่พรรคเพื่อไทยแหละที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเสื้อแดง จึงย่อมแตกต่างไปจากพรรคการเมืองอื่นๆ ที่อ้อมๆ แอ้มๆ ไม่พูดอะไรให้ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่

ด้วยเหตุนี้ แม้รัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์จะพยายามซื้อใจรากหญ้าด้วยนโยบายทางเศรษฐกิจจำนวนมาก แต่จะพบว่าไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความนิยมทางการเมืองของคนกลุ่มนี้แต่อย่างใด เพราะเรื่องสำคัญที่เป็นหัวใจของชาวบ้าน คือ อำนาจในการกำหนดชะตาชีวิตอันหมายถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองในบางระดับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความเท่าเทียมให้บังเกิดขึ้น ในขณะที่พรรคอื่นไม่ได้แตะอะไรแม้แต่น้อย รวมถึงบางส่วนยังอิงอยู่กับโครงสร้างแบบเดิม

ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับชนะจากการเลือกตั้งแล้วจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวาง พรรคเพื่อไทยอาจทำได้บ้างในบางประเด็นหรือทำไม่ได้ในหลายประเด็นซึ่งก็อาจเป็นจุดที่ทำให้เกิดช่องห่างระหว่างเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย ถ้าเป็นไปอย่างมากก็อาจนำไปสู่การสร้างแนวทางทางการเมืองของคนเสื้อแดงที่อิสระจากเพื่อไทยมากขึ้น

แต่ไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักก็คือว่าการพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้สาเหตุหลักไม่ใช่เป็นเพราะกลยุทธ์หรือยุทธวิธีในการหาเสียงที่ผิดพลาด แต่เป็นเพราะความไม่เข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดขึ้นของความขัดแย้งในสังคมไทยอย่างแท้จริง จึงทำให้ “อ่าน” ปรากฏการณ์ทางการเมืองผิดพลาดไปอย่างมาก และสืบเนื่องมาถึงความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

กรุงเทพธุรกิจ, 7 กรกฎาคม 2554

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: