Home > News and politics > แพทย์ทางเลือก, สรกล อดุลยานนท์

แพทย์ทางเลือก, สรกล อดุลยานนท์

แพทย์ทางเลือก

สรกล อดุลยานนท์

ถ้าไม่มีคำว่า “เฉพาะเรื่อง” อยู่ในชื่อคณะอนุกรรมการฯ

การอธิบายเรื่องการตรวจสอบนอกเหนือไปจากขอบเขตที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ ของแถลงการณ์จากอนุกรรมการฯชุด “หมอวิชัย” คงพอรับฟังได้

แต่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เขาอุตส่าห์ตั้งชื่อชัดเจนว่า “คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการส่งอีเมล์ของนักการเมือง ระบุการให้เงินและผลประโยชน์แก่ผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อมวลชน”

กำหนด “กรอบ” ไว้เลยว่าเฉพาะเรื่องนี้

ยิ่งเข้าไปดูในเว็บไซต์ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติยิ่งชัดเจน

ในเอกสารข่าวเรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯวันที่ 5 กรกฎาคม

ย่อหน้าแรกพูดถึงต้นเหตุของการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯชุดนี้

“ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มีข้อความระบุถึงการให้เงินและผลประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนหลายสำนัก เพื่อให้นำเสนอข่าวของพรรคเพื่อไทย โดยมีการระบุชื่อของผู้ประกอบวิชาชีพ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น”

ที่ประชุมคณะกรรมการสภาฯมีมติให้รับเรื่องตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ข้อ 19 (2) และตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯชุดนี้พร้อมแจกแจงรายชื่อ

ช่วงท้ายจึงระบุถึงท่าทีของสภาฯซึ่งเป็นเหตุผลให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ

“คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีความเห็นว่าสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ไม่อาจยอมรับได้กับการที่มีผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนไปเรียกรับหรือยอมรับเงินหรือผลประโยชน์จากแหล่งข่าว เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ข้อที่ 22

ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องละเว้นการรับอามิสสินจ้างอันมีค่า หรือผลประโยชน์ใด ๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด อันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน

นอกจากนี้ยังเห็นว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเองต้องระมัดระวังมิให้มีผู้ไม่หวังดีนำชื่อไปอ้างในทางที่เสียหาย อีกทั้งควรรักษาระยะห่างกับแหล่งข่าว หลีกเลี่ยงการเป็นกระบอกเสียงให้กับนักการเมือง

และองค์กรสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติควรกวดขันการทำหน้าที่ของบุคลากรในสังกัด เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพหนังสือพิมพ์เป็นอย่างมาก”

ชัดเจนว่าคณะกรรมการสภาฯเขาต้องการอะไร

และในประกาศแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯวันเดียวกันก็เขียนไว้ชัดเจน

ประกาศสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2/2554
เรื่อง การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่อง

ตามที่ได้มีการเสนอข่าวกุนซือ “ปู” ซื้อสื่อที่ละ 2 หมื่น บนเว็บไซต์เมเนอเจอร์ ออนไลน์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 โดยเนื้อหาข่าวพาดพิงถึงการทำหน้าที่ของสื่อหนังสือพิมพ์หลายสังกัด ที่เป็นองค์กรสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

ที่ประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ และส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในองค์กรวิชาชีพสื่ออย่างร้ายแรง จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ”

มีข้อความไหนที่บอกว่าให้คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯไปสอบเรื่อง “ความเป็นกลาง” ของหนังสือพิมพ์

เขาอุตส่าห์เขียนไว้แล้วว่า “เฉพาะเรื่อง”

แต่ท่านอนุกรรมการฯไม่สนใจ

ในแถลงการณ์ของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ ช่วงหนึ่งระบุถึงเหตุผลที่ “ระเบิดกรอบ” ว่า

“ประเด็นหลังมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ประกอบอาชีพหนังสือพิมพ์ที่ถูกพาดพิงในอีเมล ล้วนเป็นบุคลากรระดับหัวหน้าข่าว หรือบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้เขียนข่าวหรือบทความเองในบางครั้งแล้ว ยังอาจมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางข่าวของหนังสือพิมพ์ได้

การจะตรวจสอบเฉพาะบทความที่ผู้ประกอบอาชีพหนังสือพิมพ์เขียนนั้นจึงไม่น่าจะเพียงพอ และจำเป็นต้องตรวจสอบเนื้อหาข่าวและบทความทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในหนังสือพิมพ์ด้วย

ขอโทษนะครับ คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯก็รู้ดีอยู่แล้วว่าใน 7 คนนั้น

คนหนึ่งเป็น บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม

คนหนึ่งเป็น บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ

คนหนึ่ง ไม่ได้อยู่ “ข่าวสด” แต่เป็นบรรณาธิการที่ปรึกษาของ “ประชาชาติธุรกิจ”

คนหนึ่ง ดูแลข่าวสังคมหน้า 4 ฯลฯ

ไหนบอกว่าในคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯมีทั้งอดีตคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ และอดีตนักหนังสือพิมพ์ ทำไมไม่รู้ว่าแต่ละคนไม่มีอำนาจกำหนดข่าวและภาพหน้า 1

“คมชัดลึก” ก็เคยออกแถลงการณ์ยืนยันเรื่องอำนาจหน้าที่ของ 2 คนนี้แล้ว

ประเด็นนี้ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯชุดนี้มี “ธง” ในใจมีน้ำหนักขึ้น

คิดดูสิครับ ขนาดวงการ “หมอ” ยังมีหมอ “เฉพาะทาง”

คำว่า “เฉพาะ” มันชัดเจนแล้ว

เก่งเฉพาะด้านนี้

สอบเฉพาะเรื่องนี้

มีคนบอกว่าเขาโชคดีที่ตอนป่วยไม่เคยไปหาหมอวิชัย

กลัวว่าเจ็บขา

แต่หมอสั่งให้ผ่าตัดสมอง

อาจเป็นเพราะ “หมอวิชัย” เคยเป็นอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

เลย “เลือก” สอบตาม “ความคิด” ของตนเอง

กรรมการแต่ละคนก็รู้กันอยู่ว่า “เป็นกลาง” แค่ไหน

ทั้ง “จดหมายฝากเด็ก-มาตรา 7-ทนายคตส.ฯลฯ”

ถ้าไม่อยู่ในระดับ “คลั่งประชาธิปัตย์” ก็ตกอยู่ในลัทธิ “เกลียดทักษิณ”

“ลิ้น”ของพ่อครัวแต่ละคนเป็นอย่างไรก็รู้ๆกันอยู่

สังเกตุไหมครับว่าคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯชุดนี้ ไม่เห็นสนใจเลยว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนเชียร์พรรคประชาธิปัตย์

อ๋อ ลืมไปว่า “เฉพาะเรื่อง” พรรคเพื่อไทย

ตลอดมาผมเคารพความคิดต่างของแต่ละคน

เถียงกันได้

แต่ถึงขั้นเอา “ความคิดต่าง” มาทำลายกัน

ยอมไม่ได้ครับ

……………………………..

อีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง “สอบลับหลัง”

คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ พยายามอ้างว่า “มติชน” ไม่ยอมให้ความร่วมมือส่งคนไปให้ “ข้อเท็จจริง”

ดังนั้น จึงสรุปว่า

“เครือมติชนฯจึงไม่สมควรกล่าวหาคณะอนุกรรมการฯว่าไม่ได้เรียกหรือสอบถามข้อเท็จจริงจากตน เนื่องจากตนไม่ให้ความร่วมมือตามที่ควรกับคณะอนุกรรมการฯซึ่งปฏิบัติหน้าที่ให้แก่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ”

ประเด็นเรื่องนี้ก็คือ การสอบสวนมี 2 เรื่อง

เรื่องหนึ่ง คือ สอบสื่อมวลชน 7 คนว่ารับเงินจาก “วิม” จริงหรือไม่

สอบ “คน”

เรื่องที่สอง คือ สอบจากเอกสารว่าหนังสือพิมพ์ลงข่าวเป็นกลางหรือไม่

สอบ “หนังสือพิมพ์”

ซึ่งเป็นประเด็นที่”เลยธง”จากคำว่า”เฉพาะเรื่อง”

การสอบสวนเรื่องแรก เครือมติชนไม่ได้ส่งนักข่าวทั้ง 3 คนไปให้การจริง

และส่งหนังสือชี้แจงจริง

มีเพียงผู้ถูกกกล่าวหา 4 คนที่ไปให้การ

และสุดท้ายก็สรุปว่าทั้ง 7 คนไม่ผิด

แต่ประเด็นสำคัญก็คือการสอบจากเอกสารนั้น คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯไม่เคยเรียกผู้บริหารหนังสือพิมพ์ที่ถูกกล่าวหาไปสอบถามหรือชี้แจงเลย

แม้แต่สื่อมวลชน 4 คนจากไทยรัฐ คมชัดลึก สำนักข่าวเนชั่น และเดลินิวส์ ก็ไม่เคยถามเรื่องนี้

เพราะถ้าถามก็จะรู้ว่า 4 คนนั้นไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการเลือกข่าวและภาพฯ

ส่วนเครือมติชนนั้นไม่เคยได้รับหนังสือให้ไปชี้แจงใน “ความเป็นกลาง” ของหนังสือพิมพ์เลย

แล้วจะบอกว่าสอบแบบ “เป็นธรรม” ได้อย่างไร

ความผิดพลาดที่เห็นชัดเจนก็คือ สรุปเองว่า “มติชน” สัมภาษณ์ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยถึง 4 คน แต่สัมภาษณ์คนของพรรคประชาธิปัตย์เพียง 2 คน ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่รู้จักโดยกว้างขวาง

ถ้าสอบสวนอย่างเป็นธรรม ก็จะมีคำชี้แจงจาก “มติชน” ไปว่าได้ทำหนังสือถึง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แล้วตั้งแต่ยุบสภาฯ แต่ “อภิสิทธิ์” ติดธุระจึงไม่ได้มีการสัมภาษณ์

ส่วน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ประกาศว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์ “มติชน”

ถ้ามีการสอบถามเครือมติชนก่อน ผลการสอบสวนคงไม่ออกมาในลักษณะนี้

การสอบสวนฝ่ายเดียวโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงในประเด็นที่ “เลยธง” จึงเป็นจุดอ่อนเรื่อง “ความเป็นธรรม” ของผลการสอบสวนคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ

และสะท้อนถึง “ธง” ในใจของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ

คิดแบบใจเขา-ใจเรา

ถ้านายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ เจอข้อหาละเมิดจรรยาแพทย์อย่างร้ายแรง

คณะอนุกรรมการฯสอบจากเอกสารแล้วสรุปเลย ไม่มีการเรียก “หมอวิชัย” มาให้การ

ไม่เคยสอบถาม “หมอวิชัย” ว่าทำแบบนั้นจริงหรือเปล่า

ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น

“หมอวิชัย” จะรู้สึกอย่างไร

ถ้า “เจ๊หยัด” บัญญัติ ทัศนียะเวช เจอข้อหาเดียวกันเรื่อง “จรรยาบรรณ”

คณะอนุกรรมการฯ อ่านข้อเขียนของ “เจ๊หยัด” แล้วสรุปเปรี้ยงเลยว่า “เอนเอียง ไม่เป็นกลาง”

โดยไม่เชิญผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามอะไรเลย

“เจ๊หยัด” จะรู้สึกอย่างไร

ถ้า รศ.ดร.ดรุณี หิรัญรักษ์ เจอข้อหาขโมยความคิดสร้างสรรค์ของนิสิตไปทำมาหากิน

เอางานของนิสิตมาเทียบกับผลงานของอาจารย์

ไม่ถามอาจารย์สักคำ แต่สรุปเปรี้ยงเลยว่า “อาจารย์” ผิด

ถามว่า “อาจารย์” จะรู้สึกอย่างไร

เช่นเดียวกับศ.พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ หรือ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

ถ้าเจอกับตัวเองแบบเดียวกัน

เจอกรรมการสรุป บอกว่าเราผิด โดยที่ไม่เรียกเราไปให้การเลย

จะรู้สึกอย่างไร

แค่คิดแบบ “ใจเขา-ใจเรา”

คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯก็จะเข้าใจว่าทำไมเครือมติชนฯไม่ยอมรับผลการสอบสวนครั้งนี้

มติชน, 26 สิงหาคม 2554

เปิดจดหมายลับหมอวิชัย โชควิวัฒน ส่งถึงมาร์ค

นาย แพทย์วิชัย โชควิวัฒน เคยทำจดหมายส่วนตัวทำถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 1 กันยายน 2552 เสนอให้แต่งตั้ง น.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ ที่ปรึกษาระดับ 11 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข

อ่านเพิ่มเติมได้จาก link ด้านล่าง

กรณีเกี่ยวเนื่อง

1 เปิดผลสอบสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กรณีสอบอีเมลการเมืองโยงสื่อรับเงิน
2 แถลงการณ์เครือมติชน-ข่าวสด ต่อรายงานคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการส่งอีเมลของนักการเมืองฯ
3 2 มุมมอง จาก “2 ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเครือเนชั่น”: กนก รัตน์วงศ์สกุล และ นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
4 เปิดจดหมายลับหมอวิชัย โชควิวัฒน ส่งถึงมาร์ค
5 หมาป่า”กับ”ลูกแกะ”, สรกล อดุลยานนท์
6 แพทย์ทางเลือก, สรกล อดุลยานนท์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: