Home > News and politics > ตุลาการและความรับผิด, สมชาย ปรีชาศิลปกุล

ตุลาการและความรับผิด, สมชาย ปรีชาศิลปกุล

ตุลาการและความรับผิด

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

องค์กรตุลาการเป็นสถาบันทางการเมืองหนึ่งที่ถูกจัดตั้งขึ้นบนฐานความคิดว่าการแบ่งแยกองค์กรผู้ใช้อำนาจของรัฐออกเป็นฝ่ายต่างๆ จะสามารถทำให้การใช้อำนาจของรัฐดำเนินไปได้โดยมีความฉ้อฉลที่น้อยลงกว่ารวมการใช้อำนาจของรัฐอย่างเด็ดขาดไว้ที่องค์กรใดเพียงองค์กรหนึ่งเท่านั้น

และด้วยสถานะขององค์กรการเมือง ภายใต้การปกครองแบบเสรี/ประชาธิปไตย องค์กรตุลาการก็ย่อมจะต้องมีความรับผิด (accountability) ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในแง่ขององค์กรและในแง่ของส่วนตัว ส่วนจะเป็นความรับผิดประเภทใดก็ขึ้นอยู่กับการกระทำที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดพลาด/การทุจริตในระดับองค์กร หรือเป็นเรื่องที่เป็นการกระทำความผิดของบุคคลเพียงคนเดียว

หากได้ดำเนินการใดที่เป็นความผิดด้วยความเห็นชอบขององค์กร ดังการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทใดไปในลักษณะที่ละเมิดต่อกฎระเบียบขององค์กรอย่างชัดเจน ในกรณีเช่นนี้ ย่อมเป็นความรับผิดร่วมกันของทั้งองค์กรอย่างไม่อาจปฏิเสธ

แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นกรณีเฉพาะบุคคล บุคคลอื่นก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาร่วมรับผิดแต่อย่างใด เช่น ถ้ามีการกล่าวหาว่าตุลาการคนใดคนหนึ่งกระทำผิดด้วยการรับเงิน หรือสินบนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่กำลังเป็นคู่ความกัน ถ้าหากสามารถพิสูจน์ว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็เป็นความรับผิดที่ตกอยู่กับบุคคลนั้นเพียงคนเดียว

เหตุที่ต้องมีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการมีเหตุผลสำคัญในเบื้องต้นอย่างน้อยสองประการด้วยกัน

ประการแรก ในระบอบเสรีประชาธิปไตย สถาบันทางการเมืองถูกจัดตั้งและมีความชอบธรรมในการดำรงอยู่ ก็เพราะได้รับอำนาจมาจากประชาชน ประชาชนจึงเป็นอำนาจหลักต่อการสร้างสถาบันการเมืองในสังคมสมัยใหม่

เมื่อได้รับความชอบธรรมมาจากประชาชน การตรวจสอบจึงเป็นคุณลักษณะประการหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าสถาบันดังกล่าวไม่ใช่เป็นสิ่งที่ลอยมาด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้าไกลที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคนในสังคม และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจของประชาชนที่อยู่เหนือสถาบันการเมือง สถาบันการเมืองไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ประการที่สอง บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถาบันทางการเมืองล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง เช่นคนทั่วไป การคาดหวังว่าจะให้ใครคนใดคนหนึ่งซึ่งถูกเข้าใจว่าเป็น “คนดี” แล้ว สามารถดำรงรักษาคุณลักษณะดังกล่าวต่อเนื่องไปเป็นสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นได้

แทนที่จะฝากชะตากรรมของสังคมไว้กับคนดีซึ่งไม่รู้ว่าจะดีแตกขึ้นมาเมื่อใด การสร้างระบบการตรวจสอบขึ้นมานับเป็นเงื่อนไขที่สำคัญมากกว่า ไม่ว่าใครก็ตาม ที่เข้ามาสู่การดำรงตำแหน่งในสถาบันทางการเมืองก็ล้วนแต่ต้องอยู่ภายใต้ระบบของการตรวจสอบ อันจะทำให้ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนดีแบบตั้งใจจริงหรือดีแบบสร้างภาพก็ล้วนแต่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบเช่นเดียวกัน

ด้วยกลไกทางการเมืองเช่นนี้ต่างหากที่จะทำให้สังคมมั่นใจได้ว่าบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ไปตามกรอบ และมาตรฐานขององค์กรตามที่ถูกคาดหวังเอาไว้

การตรวจสอบบุคคลในสถาบันทางการเมืองจึงความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถาบันตุลาการ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรนี้ต้องยุติ หรือวินิจฉัยข้อขัดแย้งต่างๆ ความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง จึงต้องเป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน

ลองนึกถึงว่าในสังคมที่ประชาชนไม่มีความวางใจในสถาบันตุลาการ คำวินิจฉัยที่ปรากฏขึ้นในข้อพิพาทต่างๆ ก็อาจเป็นเพียงการยุติข้อพิพาทในทางกฎหมาย แต่จะไม่สามารถยุติความขัดแย้งในทางสังคม ทั้งอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขยายความยุ่งยาก ให้กว้างขวางเพิ่มขึ้น

กลไกและกระบวนการตรวจสอบสถาบันตุลาการ จึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถทำลายหรือสั่นคลอนความน่าเชื่อถือขององค์กรลง หากมีข้อกล่าวหาถึงการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น แต่ถ้าทางบุคคลหรือองค์กรสามารถให้คำชี้แจงต่างๆ ได้อย่างสิ้นข้อสงสัย ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นก็ย่อมยุติลงบนพื้นฐานของการใช้เหตุผลและพยานหลักฐาน

ในทางตรงกันข้าม การแก้ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นแก่สถาบันนั้นๆ การตรวจสอบจึงเป็นกลไกสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ นอกจากนี้ หากบุคคลใดที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ก็ควรต้องมีความรับผิดต่อการไร้ความสามารถของตนด้วยเช่นกัน

ต้องไม่ลืมว่า ผลตอบแทนจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตุลาการของสังคมไทยมีเงินเดือนและผลตอบแทนอื่น มากกว่าข้าราชการประเภทอื่นหลายเท่าตัว สำหรับตุลาการระดับสูงเฉพาะแค่ค่าน้ำมันรถเดือนละมากกว่า 40,000 บาท ก็มากกว่ารายได้ของข้าราชการส่วนใหญ่ของสังคมไทย

จำนวนเงินทั้งหมดนี้ก็ล้วนมาจากภาษีของประชาชนแทบทั้งสิ้น การเรียกร้องให้มีการใช้ภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลในองค์กรต่าง จึงควรเกิดขึ้นกับองค์กรทางการเมืองทุกประเภท ทั้งในฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ ไม่ใช่จำกัดการตรวจสอบไว้กับข้าราชการหรือนักการเมืองเป็นหลัก

การไม่ยอมรับการตรวจสอบไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างเรื่องความเป็นอิสระของสถาบัน การทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กร หรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม การกระทำในลักษณะเช่นนี้ต่างหาก ที่เป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กร รวมทั้งการนิ่งเฉยต่อข้อครหาที่กระหึ่มก้องไปทั่วทั้งเมือง ก็จะมีผลไม่แตกต่างเช่นเดียวกัน

หากไม่ลืมกันง่ายเกินไป อดีตที่ผ่านมา เคยมีข้อกล่าวหาต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนว่านอกจากทำงานเป็นตุลาการแล้วยังรับจ้างสอนหนังสือ จัดรายการวิทยุ อันเป็นการกระทำที่ขัดกับบทบัญญัติกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ไม่มีคำตอบจากผู้ที่ถูกกล่าวหานอกจากการนิ่งเงียบ แต่ความน่าเชื่อถือของบุคคลดังกล่าว ก็ได้ล้มละลายไปอย่างสิ้นเชิง

การตรวจสอบและความรับผิดของบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสถาบันทางการเมือง จึงเป็นหลักการพื้นฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในสังคมที่ยึดแนวทางเสรี/ประชาธิปไตย หากไม่ต้องการการตรวจสอบหรือความรับผิดชอบก็มีเพียงการพ้นไปจากตำแหน่ง หรืออีกทางหนึ่งก็ด้วยการชักนำให้สังคมเดินไปสู่ระบอบการปกครองที่ไม่ใช่เป็นเสรี/ประชาธิปไตยเท่านั้น

กรุงเทพธุรกิจ, 27 ตุลาคม 2553

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: