Home > News and politics > ครูชื่อ “สมคิด”, สรกล อดุลยานนท์

ครูชื่อ “สมคิด”, สรกล อดุลยานนท์

ครูชื่อ “สมคิด”

โดย สรกล อดุลยานนท์

แม้จะไม่เห็นด้วยกับทัศนคติทางการเมืองหรือแนวทางการเมืองของ “สมคิด เลิศไพฑูรย์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหลายเรื่องตั้งแต่เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา

แต่ก็เคารพใน “ความเห็นต่าง”

ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา

เราจึงไม่แปลกใจที่นักศึกษาจะประท้วงอาจารย์

หรืออธิการบดีลงมารับ “หนังสือประท้วง” จากนักศึกษา

แม้แนวคิดการเมืองหลายเรื่องจะไม่ตรงกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเคารพในตัว “สมคิด” มาก ก็คือ ความเป็น “ครู”

เขาพร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักศึกษา

ใครที่เคยเข้าไปดูเฟซบุ๊กของ “สมคิด” จะเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้อยู่เป็นประจำ

นักศึกษาไม่เห็นด้วยกับ “สมคิด” เรื่องวิธีคิดทางการเมืองก็เขียนแย้งอาจารย์ได้

คนเป็นอธิการบดีก็พร้อมจะมาตอบ หรือบางครั้งก็ชมเชยความเห็นต่างว่ามีเหตุผล

หรือตอนที่นักศึกษาธรรมศาสตร์ต้องสอบกลางเทอมหลังน้ำท่วม ซึ่งเลื่อนมานาน

อาจารย์สมคิดนัดประชุมอาจารย์ในมหาวิทยาลัย พร้อมขอความเห็นใจจากอาจารย์ทุกคนให้เข้าใจนักศึกษาถึง “ความไม่พร้อม” เนื่องจากเหตุน้ำท่วม

ขอร้องแต่ลงท้ายว่าไม่มีการบังคับ เพราะธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทางวิชาการ

ไม่แปลกที่ “สมคิด” กับกลุ่มนิติราษฎร์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนคณะนิติศาสตร์ด้วยกัน จะมีความเห็นแตกต่างกัน

แต่กลุ่มนิติราษฎร์สามารถใช้ห้องประชุมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดเสวนาเรื่องต่างๆ ได้

ไม่มีการปิดกั้น

และที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงถึงความเป็น “ครู” ของ “สมคิด”

คือ กรณี “ก้านธูป”

“สมคิด” อธิบายเหตุผลที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับ “ก้านธูป” เป็นนักศึกษาด้วยความเป็น “ครู”

เขาเทียบกรณี “ก้านธูป” กับนักศึกษาที่เข้าร่วมกลุ่ม พคท. หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แต่สังคมไทยก็ให้โอกาส

คนที่เข้าป่าหรือเป็นคอมมิวนิสต์ในอดีต ข้อหาหนึ่งที่ทุกคนเจอก็คือข้อหาเดียวกับ “ก้านธูป”

ดังนั้น ที่ประชุมคณบดีของธรรมศาสตร์มีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับ “ก้านธูป” เป็นนักศึกษา

“สิ่งที่เธอทำก่อนมาเข้าศึกษาใน มธ. เป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครแจ้งความจับ มีเพียงแต่บอกทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎ ข้อบังคับของ มธ. ระบุชัดว่าหากนักศึกษาผู้ใดต้องโทษหรือมีคำพิพากษาที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ทำผิดลหุโทษ หรือทำความผิดโดยประมาท ถือว่าผิดร้ายแรงถึงมีคำสั่งให้ไล่ออก”

“ดังนั้น ผมจะไล่ก้านธูปได้ก็ต่อเมื่อมีคำพิพากษาที่สุดให้จำคุก ต่อให้ถูกแจ้งความวันนี้ผมก็ไล่เขาออกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ผมขอร้องว่าอย่าไล่คนให้ไปจนตรอก ผมคิดว่าคนแต่ละคนก็มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน”

“ถ้าผมจะจัดการก็คงต้องจัดการกับ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล วรเจตน์ ภาคีรัตน์ หรือปิยบุตร แสงกนกกุล ต้องจัดการไม่รู้กี่คน เพียงเพราะพวกเขาใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเขาที่แตกต่างกัน”

คนสอนหนังสือในเมืองไทยนั้นหาไม่ยาก

แต่ไม่ใช่ว่าคนสอนหนังสือทุกคนจะเป็น “ครู”

“ครู” ที่เห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เหมือนลูกหลาน

มีเมตตาและให้โอกาส

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 7 มกราคม 2555)

มติชน, 7 มกราคม 2555

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: